หน้าหลักข้อมูลองค์กรแผนงานโครงการแสดงความคิดเห็นแผนผังเว็บไซต์ติดต่อเรา

คณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัด

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

GMS

ACMECS

IMT-GT

ROC

AEC

กระทรวงมหาดไทย

เว็บไซต์จังหวัด

ส่วนราชการไทย

สื่อสารมวลชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บทความ

ภาพกิจกรรม

องค์กรภาคเอกชน

หอการค้าไทย

สมาคมธนาคารไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ส่วนหัวปฏิทิน

 

ส่วนหัวนาฬิกา

ส่วนหัวพยากรณ์อากาศ

ส่วนหัวราคาน้ำมัน ปตท.

ส่วนหัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

หัวข้อข่าวประชาสัมพันธ์

คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน จัดสัมมนา เรื่อง เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดกาญจนบุรี
คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน จัดสัมมนา เรื่อง เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดกาญจนบุรี

คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ได้จัดสัมมนา เรื่อง "เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจฝั่งตะวันตก (ทวาย) และรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๕ ณ โรงแรมเฟลิกซ์ ริเวอร์แคว จังหวัดกาญจนบุรี

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนนา และกว่าวว่า ในปัจจุบัน รัฐบาลได้ให้ความสำคัญของการค้าชายแดนและการตื่นตัวเรื่องการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในฐานะที่ไทยมีพรมแดนอยู่ติดกับประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ในฐานะมิตรประเทศ ที่มีนักลงทุนจากทั้งสองประเทศเข้าไปลงทุน อย่างไรก็ตามในขณะที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ กำลังปรับนโยบายการปกครองประเทศจากรัฐบาลทหาร สู่ประชาธิปไตย และเปิดประเทศต้อนรับนักลงทุนจากต่างประเทศ และให้ความสำคัญทางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ

ด้วยศักยภาพและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติของเมียนมาร์ ได้มีกลุ่มประเทศในแถบเอเซียได้หมายตที่จะเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์ อย่างประเทศจีน ยักษ์ใหญ่แห่งเอเซียได้เข้าไปลงทุนสร้างท่าเรือนำลึกในเขตอุตสาหกรรมที่เจ้าผิ่ว การก่อสร้างเส้นทางเชื่อมโยงทางถนนไปยังจีน นอกจากนี้ ยังมีประเทศสิงคโปร์ มาเลเซียที่ทะยอยเข้าไปลงทุนบ้างแล้ว

 ประเทศไทย ได้ทำความตกลงการค้าเสรี กับ จีน ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อินเดีย ซึ่งมีจำนวนประชากรกว่า 4 พันล้านคน บทบาทของประเทศไทยต้องเน้นการอำนวยความสะดวกด้านค้า การลงทุน ในฐานะเป็นหุ้นส่วนคู่ค้า ซึ่งประเทศจีน และญี่ปุ่น เป็นคู่ค้าอันดับ ๑ และรองตามลำดับ รัฐบาลตั้งเป้าหมายขยายมูลค่าการส่งออก ร้อย ๕๕ นโยบายให้นักลงุทุนเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น 

ทิศทางการค้าของเอเซีย จังหวัดกาญจนบุรี จะเป็นประตูการค้าสู่เมียนมาร์ ในซีกฝั่งอันดามัน และคาบสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดการค้าอันยิ่งใหญ่ และเป็นโอกาสของนักลงทุนของไทยที่จะเข้าไปลงทุนในภูมิภาคนี้ ยุทธศาสตร์สำคัญของการพัฒนาเส้นทางเศรษฐกิจจากไทยสู่เมืองทวาย ในเมียนมาร์จึงเป็นเส้นทางที่สำคัญที่นักลงทุนได้เริ่มเข้าไปลงทุนแล้ว อาทิ บริษัทอิตาเลียนไทย ที่ลงทุนการก่อสร้างด้านโครงสร้างพื้นฐาน สร้างถนน เชื่อมจากบ้านพุน้ำร้อน จังหวัดกาญจนบุรีชายแดนไทยสู่เมืองทวาย ในเมียนมาร์ ซึ่งเมียนมาร์ ได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนจากอาเซียนเข้าไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมท่าเรือน้ำลึกที่ทวายแล้ว ซึ่งเป็นโครงการอภิมหาโปรเจ็คใหญ่ของเมียนมาร์

จุดสำคัญของยุทธศาสตร์ กาญจนบุรี-ทวาย จะเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทาง GMS แนวตะวันออก-ตะวันตก (EWEC) ผ่านไทยเชื่อมโยงไปยังกัมพูชา ลาว และเวียดนาม และแนวระเบียงเศรษฐกิจ เหนือ-ใต้ (NSEC) ซึ่งจะเชื่อมโยงจากจีน ผ่านไทย ต่อไปยังกัมพูชา เวียตนาม และเชื่อมต่อไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ในอนาคต จะเห็นได้ว่าจีนได้มีวิสัยทัศน์ที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจ และขยายการค้ารุกมาทางเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีไทยเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเชื่อมโยงสู่ทุกภูมิภาคในอาเซียน เพราะฉะนั้น ถึงเวลาแล้วทีไทยควรตระหนักถึงศักยภาพ และโอกาสของการพัฒนาการค้าชายแดน เพื่อเตรียมตัวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

การอภิปราย หัวข้อ เรื่อง "ภาพรวมเศรษฐกิจ" และระบบการเงิน การคลัง ที่เชื่อมโยงกับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดย ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ผุ้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ได้กล่าวว่า

หัวใจสำคัญของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจเพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นั้น รัฐบาลต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ระยะยาว และควรเร่งดำเนินนโยบายในเรื่องการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเขตเศรษฐกิจจะมีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับความพร้อมในด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ ของประเทศ ดังนี้

๑.  โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของประเทศ (Fisicle Infrastructur)  ที่จะเชื่อมโยงเศรษฐกิจ ด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของประเทศไทยสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

๒.  โครงสร้างทางการเงิน การคลังของประเทศ (Financial Infrastructur) ที่มีความมั่นคงทางการเงิน และเป็นหลักประกันให้แก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุน

๓.  โครงสร้างทางด้านกฏหมาย ต้องเอื้ออำนวยทั้งจากนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และส่งเสริมให้คนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ

๔.  การเพิ่มขึดความสามารถทางสังคม  การศึกษา และศิลปวัฒนธรรม (Social Infrastructur) ได้แก่ การสร้างความเข้มแข็งของชุมชน การมีส่วนร่วมของชุมชน การสร้างความรู้ ความเข้าใจ ด้านสิทธิชุมชนและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย แผนงานการพัฒนาจากระดับท้องถิ่น สู่ชุมชน และประเทศ เพื่อลดปัญหาความขัดแย้ง อันเนืองมาจากนโยบายการพัฒนาของรัฐที่ขาดการมีส่วนร่วมของชุมชน

 http://www.prachatham.com/detail.htm?code=n4_02022012_01

 http://www.rsunews.net/index.php/news/detail/212

 

 

 

จำนวนผู้เข้าชม

ลิขสิทธิ์ © 2554 ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2224-1843 โทรสาร 0-2222-4159

© 2554 สงวนลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย N Square Media And Creation Co., Ltd.