หน้าหลักข้อมูลองค์กรแผนงานโครงการแสดงความคิดเห็นแผนผังเว็บไซต์ติดต่อเรา

คณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัด

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

GMS

ACMECS

IMT-GT

ROC

AEC

กระทรวงมหาดไทย

เว็บไซต์จังหวัด

ส่วนราชการไทย

สื่อสารมวลชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บทความ

ภาพกิจกรรม

องค์กรภาคเอกชน

หอการค้าไทย

สมาคมธนาคารไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ส่วนหัวปฏิทิน

 

ส่วนหัวนาฬิกา

ส่วนหัวพยากรณ์อากาศ

ส่วนหัวราคาน้ำมัน ปตท.

ส่วนหัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

หัวข้อข่าวประชาสัมพันธ์

ร่างยุทธศาสตร์คณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว
ร่างยุทธศาสตร์คณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

     ผลการประชุมคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔ กรณี ที่ เลขาธิการ สศช. ในฐานะกรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ได้เสนอและมอบหมายให้ สศช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของ ครม.ไปพิจารณาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

 ผลการประชุมคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔ ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ ๒๑๗ อาคารรัฐสภา ๒ ชั้น ๒

 

๑.  ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว  

 ประเด็นหารือ/ข้อเสนอเพื่อพิจารณา

 สศช.เสนอคณะกรรมการ กพข.พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยระยะยาวสรุป ดังนี้

   ๑.๑  พัฒนาเศรษฐกิจมหภาค พัฒนาตลาดเงินและทุนให้เป็นแหล่งเงินทุนที่เอื้อต่อการปรับโครงสร้างการผลิตและบริการ

   ๑.๒  พัฒนาประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย

   ๑.๓  ยกระดับคุณภาพโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ ใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ และพัฒนาบุคลากรด้านโลจิสติกส์

   ๑.๔  พัฒนาคุณภาพมนุษย์ให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต

   ๑.๕  พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม 

   ๑.๖  เสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ

    ♦ เห็นชอบกับหลักการ ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

    ♦ มอบหมายให้ สศช.ปรับปรุงยุทธศาสตร์ดังกล่าว และนำไปบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑

   มติที่ประชุม

  เห็นชอบกับหลักการ ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว

  มอบหมายให้ สศช.ปรับปรุงยุทธศาสตร์ดังกล่าว และนำไปบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑  

๒.  ผลการวิเคราะห์ตัวชี้วัดและแนวทางการจัดการจุดอ่อนของประเทศไทยจากการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน โดย WEF และ IMD   

๒.๑  ผลการวิเคราะห์ตัวชี้วัดและแนวทางการจัดการจุดอ่อนของประเทศไทยจากการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน โดย WEF และ MID

        (๑)  บริหารจัดการข้อมูลจาก WEF และ IMD โดยวิเคราะห์จุดอ่อนของเกณฑ์ชี้วัดย่อยจำนวน ๓๓๐ รายการ มีเกณฑ์ชี้วัดที่เป็นจุดอ่อน จำนวน ๑๐๙ รายการ หรือร้อยละ ๓๐.๑ ของเกณฑ์ชี้วัดย่อยทั้งหมด

        (๒)  จุดอ่อนเชิงโครงสร้างของการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว ประกอบด้วย เศรษฐกิจมหภาคที่เกณฑ์ชี้วัดย่อยอยู่ในระดับต่ำ ผลิตภาพการผลิตต่ำ และปัจจัยสนับสนุนในการผลิตยังเป็นอุปสรรค

        (๓)  แนวทางในการแก้ปัญหา ประกอบด้วย (๑) พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้เอื้อต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน  (๒) พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (๓) พัฒนาประสิทธิภาพภาคเอกชนเพื่อยกระดับสู่การผลิตฐานนวัตกรรม  (๔) พัฒนาคุณภาพและเสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการภาครัฐ (๕) พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม  (๖) พัฒนาทรัพยากรมนุษย์

๒.๒  กลไกการขับเคลื่อน

         (๑)  ระดับประเทศ ขอให้นำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ 

         (๒)  ระดับส่วนกลาง คณะกรรมการ กพข.ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จัดทำกลไกในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสร้างความเข้าใจในประเด็นต่าง ๆ แก่ผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจและสะท้อนภาพพจน์ที่ดีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย   

         (๓)  ระดับภูมิภาค คณะกรรมการ กพข. สำนักงาน สศช.ในภูมิภาค ร่วมกับคณะกรรมการ กรอ.จังหวัดและกลุ่มจังหวัด จัดทำกลไกในการทำงานร่วมกันเช่นเดียวกับในส่วนกลาง

   มติที่ประชุม

♦  เห็นชอบกับผลการวิเคราะห์จุดอ่อนแนวทาง และกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และมอบหมายให้ สศช.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการวิเคราะห์ในรายละเอียดและตั้งเป้าหมายตัวชี้วัดด้านขีดความสามารถในการแข่งขันระดับย่อยในแต่ละหมวดให้ชัดเจน 

๓.  สรุปผลการหารือร่วมกับ World Economic Forum เกี่ยวกับการจัดอันดับของไทยในรายงาน Global Competitiveness Report ๒๐๑๐-๒๐๑๑

      มติ ครม.เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ รับทราบและเห็นชอบ ตามมติคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๑๓/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เรื่องสรุปผลการหารือร่วมกับ WEF ตามที่ กต.เสนอและมอบหมายให้ สศช.ดำเนินการ ดังนี้ (๑) รับความเห็นของ กต.ไปประกอบการจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

๒) ผลักดันภาคเอกชนที่มีศักยภาพในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ WEF (๓) ให้ สศช.เป็นหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการรวบรวมและบูรณาการข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สำหรับการจัดอันดับของประเทศไทยที่จะให้แก่ WEF โดยให้ กต.เป็นหน่วยงานสนับสนุนและประสานงานดังกล่าว ดังนี้

    ๓.๑  WEF ปรับลดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เป็นอันดับที่ ๓๘ ในปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔ จากอันดับที่ ๓๖ ในปี ๒๕๕๒-๒๕๕๓

    ๓.๒  ข้อเสนอและความเห็นของ กต. ดังนี้ (๑) ภาครัฐจัดส่งข้อมูลล่าสุดให้ WEF ในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.ของทุกปี (๒) หารือร่วมกับผู้แทน WEF ในไทยเรื่องการขยายเครือข่ายการสนับสนุนภาคเอกชนไทยและเสนอให้ผู้แทนหอการค้าต่างประเทศร่วมตอบแบบสอบถาม (๓) เสนอให้ WEF ในไทยเพิ่มผู้ประสานงานในประเทศไทยที่เป็นผู้แทนจากภาคเอกชนและสนับสนุนให้ผู้ประสานงานของ WEF ในไทยเข้าถึงเครือข่ายของภาคธุรกิจได้ สศช.ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ คณะกรรมการ กพข. ทราบ โดยได้สรุปผลการประชุม ความเห็น และมติ กพข. ดังนี้

          มติที่ประชุม

  รับทราบสรุปผลการหารือร่วมกับ  World Economic Forum เกี่ยวกับการจัดอันดับของไทยในรายงาน Global Competitiveness Report๒๐๑๐-๒๐๑๑ ตามที่ สศช.เสนอ  

๔.  ผลการประชุมเวทีหารือเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ประจำปี ๒๕๕๔  

     สศช.ได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ คณะกรรมการ กพข. ทราบ โดยได้สรุปผลการประชุม ความเห็น และมติ กพข. ดังนี้

     ผลการประชุมเวทีหารือเศรษฐกิจโลก ประจำปี ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๔๑ ระหว่างวันที่ ๒๘-๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ ณ เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ภายใต้หัวข้อ “Shared Norms for the New Reality” ที่สะท้อนความกังวลของผู้นำโลกเกี่ยวกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นใหม่ในโลก ภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงระหว่างกัน (Interconnectivity) มากขึ้น รวมถึงความเสื่อมถอยของคุณค่าและหลักการที่ประชาคมยึดถือร่วมกัน เป็นผลให้ความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อความเป็นผู้นำของรัฐลดลง นอกจากนี้ยังคาดการณ์ถึงแนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการรักษาเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคต ดังนี้

         (๑)  สถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นใหม่ (New Reality) ได้แก่ การมีหลายขั้วอำนาจ คาดการณ์ว่าในอีก ๑๐ ปีข้างหน้าขนาดเศรษฐกิจใหม่ในกลุ่ม BRICS จะขยายมากกว่าสหรัฐฯ การแข่งขันทางเศรษฐกิจจะมีความรุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะด้านนวัตกรรม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ความต้องการธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเพื่อสังคมเพิ่มมากขึ้น

          (๒)  ทิศทางแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (Economic Outlook) จะฟื้นตัวตลอดปี ๒๕๕๔ แต่การฟื้นตัวจะเชื่องช้าและมีระดับแตกต่างกัน โดยปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบ ดังนี้ ประเทศในกลุ่มยุโรปขาดกลยุทธ์กระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเผชิญปัญหาเงินเฟ้อ ในขณะที่สหรัฐ ฯ ยังต้องเผชิญปัญหาขาดดุลงบประมาณมหาศาล อนาคตของตลาดเกิดใหม่ไม่สดใส เนื่องจากต้องเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเงินเฟ้อ และปัญหาคอรัปชั่น

          (๓)  การปฏิรูปธนาคารและสถาบันการเงิน เพื่อป้องกันวิกฤตการณ์ทางการเงินที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและอาจเกิดขึ้นในอนาคต การวางกฎระเบียบใหม่ กลไกช่วยเหลือทางการเงินในภูมิภาค และกฎระเบียบที่ใช้กับทุกประเทศ

          (๔)  ยุทธศาสตร์การเจริญเติบโตรูปแบบใหม่ (New Growth Strategy) เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตอย่างสมดุล เท่าเทียม ยั่งยืน มีนวัตกรรม และมั่นคง (balance, inclusive, sustainable, innovation and secure growth)

จำนวนผู้เข้าชม

ลิขสิทธิ์ © 2554 ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2224-1843 โทรสาร 0-2222-4159

© 2554 สงวนลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย N Square Media And Creation Co., Ltd.