หน้าหลักข้อมูลองค์กรแผนงานโครงการแสดงความคิดเห็นแผนผังเว็บไซต์ติดต่อเรา

คณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัด

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

GMS

ACMECS

IMT-GT

ROC

AEC

กระทรวงมหาดไทย

เว็บไซต์จังหวัด

ส่วนราชการไทย

สื่อสารมวลชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บทความ

ภาพกิจกรรม

องค์กรภาคเอกชน

หอการค้าไทย

สมาคมธนาคารไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ส่วนหัวปฏิทิน

 

ส่วนหัวนาฬิกา

ส่วนหัวพยากรณ์อากาศ

ส่วนหัวราคาน้ำมัน ปตท.

ส่วนหัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

หัวข้อข่าวประชาสัมพันธ์

ผลการประชุมคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔ ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ รัฐสภา
ผลการประชุมคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔ ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ รัฐสภา

            สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้แจ้งยืนยันตาม มติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔ รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ครั้งที่ ๑/๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๔ กรณี ที่ เลขาธิการ สศช. ในฐานะกรรมการ และเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ได้เสนอและมอบหมายให้ สศช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของ ครม.ไปพิจารณาและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้  (๑)  การพัฒนาและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในด้านต่าง ๆ ควรจะต้องมีแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และภาษาอังกฤษ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ในระยะยาว ทั้งนี้ควรเพิ่มบทบาทของภาคเอกชนให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งในเชิงโครงสร้างและระบบการบริหารงาน  (๒) ในส่วนของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจในแต่ละภาคเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการบริการ เป็นต้น ควรจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการและกำหนดเป้าหมายของการดำเนินการให้ชัดเจนด้วย  (๓)  การเตรียมความพร้อมของประเทศเพื่อเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๘ ควรจะต้องร่วมกันพิจารณาให้ชัดเจน และเร่งรัดการดำเนินการที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการดำเนินธุรกิจภาคเอกชน เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งและสามารถแข่งขันได้

 

 

            มติที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ฯ  ซึ่ง สศช. ได้มีข้อเสนอ ดังนี้

            ๑.  เรื่อง “ผลการวิเคราะห์ตัวชี้วัดและแนวทางการจัดการจุดอ่อนของประเทศไทยจากการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขัน โดย World Economic Forum (WEF) และ International Institute for Management Development (IMD)”

             ที่ประชุมเห็นชอบ กลไกการขับเคลื่อน (๑) ระดับประเทศ ขอให้นำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ (๒)  ระดับส่วนกลาง คณะกรรมการ กพข.ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จัดทำกลไกในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสร้างความเข้าใจในประเด็นต่าง ๆ แก่ผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความมั่นใจและสะท้อนภาพพจน์ที่ดีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย  (๓)  ระดับภูมิภาค คณะกรรมการ กพข. สำนักงาน สศช.ในภูมิภาค ร่วมกับคณะกรรมการ กรอ.จังหวัดและกลุ่มจังหวัด จัดทำกลไกในการทำงานร่วมกันเช่นเดียวกับในส่วนกลาง (มท.ได้สั่งการให้จังหวัด/กลุ่มจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัดเพื่อเป็นกลไกในการประสานการขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัด/กลุ่มจังหวัดโดยเชื่อมโยงกับ กรอ.ระดับชาติ)

            ๒.  เรื่อง “ผลการจัดอันดับ The East of Doing Business ๒๐๑๑” สศช. รายงานว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ ๑๙ จาก ๑๘๓ ประเทศ ลดลงจากปีที่แล้วอยู่ที่ ๑๖ จาก ๑๘๓ ประเทศ โดยสาขาที่ปรับดีขึ้น คือ การขอใบอนุญาตก่อสร้างและการเปิดกิจการ และสาขาที่ปรับลดลง ได้แก่ การเริ่มต้นธุรกิจ การจดทะเบียนทรัพย์สิน การได้รับสินเชื่อ การชำระภาษี  (มติ ครม.เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เห็นชอบให้ สำนักงาน ก.พ.ร.เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับ สศช. ศึกษาวิเคราะห์ตัวชี้วัดเพื่อปรับปรุงบริการภาครัฐเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายงานดังกล่าว โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบในคณะทำงานดำเนินการปรับปรุงงานบริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจ ได้แก่ ทด., สถ., กทม. และกปน. โดย ทด.เป็นหน่วยงานหลักในคณะทำงานด้านการจดทะเบียนทรัพย์สิน ) (เอกสาร ๔) 

              สาเหตุที่ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับในปี ๒๐๑๑ ลดลงจากปี ๒๐๑๐ มีสาเหตุสำคัญ ดังนี้  

                (๑)  ต่างประเทศมีการพัฒนากระบวนการเริ่มต้นดำเนินธุรกิจ โดยนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาดำเนินการทุกกระบวนการ

                (๒)  ประเทศไทยได้ดำเนินการในเรื่อง Single Point ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ประสานการให้บริการด้านการลงทุน (One Start One Stop Investment Center : OSOS) ซึ่งยังมิได้ถูกใช้ประกอบการจัดอันดับในรอบนี้ (มท.ร่วมกับ BOI จัดตั้งศูนย์ OSOS เพื่อให้การสนับสนุนการดำเนินงานการให้บริการข้อมูล คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจและการลงทุนให้แก่นักลงทุนไม่จำกัดสัญชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยในภารกิจที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ปค., ทด., ยผ., กฟน., กฟภ., กปน. และ กปภ โดยได้มีพิธีเปิดศูนย์ OSOS เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ ณ อาคารจามจุรีสแควร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) (เอกสาร ๕)

                 (๓)  การที่รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกนโยบายการลดอัตราค่าธรรมเนียมในการโอนทรัพย์สินในปี ๒๕๕๓ ส่งผลให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น

                  ที่ประชุมเห็นชอบให้ สศช.ประสานกับธนาคารโลก เพื่อศึกษาวิธี่การจัดอันดับความสะดวกในการประกอบธุรกิจในรายละเอียดและใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงอันดับ ฯ ของไทยให้ดีขึ้น

                  ซึ่งเรื่องนี้ กระทรวงมหาดไทยได้แจ้ง มติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ดังกล่าว ให้หน่วยงานในสังกัด มท.ได้ กรมที่ดิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมการปกครอง การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรุงเทพมหานคร กลุ่มจังหวัด และจังหวัดทราบ เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปแล้ว

 

จำนวนผู้เข้าชม

ลิขสิทธิ์ © 2554 ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2224-1843 โทรสาร 0-2222-4159

© 2554 สงวนลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย N Square Media And Creation Co., Ltd.