หน้าหลักข้อมูลองค์กรแผนงานโครงการแสดงความคิดเห็นแผนผังเว็บไซต์ติดต่อเรา

คณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัด

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

GMS

ACMECS

IMT-GT

ROC

AEC

กระทรวงมหาดไทย

เว็บไซต์จังหวัด

ส่วนราชการไทย

สื่อสารมวลชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บทความ

ภาพกิจกรรม

องค์กรภาคเอกชน

หอการค้าไทย

สมาคมธนาคารไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ส่วนหัวปฏิทิน

 

ส่วนหัวนาฬิกา

ส่วนหัวพยากรณ์อากาศ

ส่วนหัวราคาน้ำมัน ปตท.

ส่วนหัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

AEC
การแพทย์แผนไทยขยายหมอทางเลือกรับประชาคมอาเซียน
การแพทย์แผนไทยขยายหมอทางเลือกรับประชาคมอาเซียน

การเตรียมความพร้อมภายหลังประเทศไทย เข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 เกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย คาดการณ์ได้ว่าความต้องการแพทย์แผนไทยจะมีแนวโม้มมากขึ้น  กรมพัฒนาแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงได้กำหนดแนวทางการเพิ่มกำลังการผลิตแพทย์แผนไทย ระยะ 10 ปี เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่ที่ต้องการบุคลากรดังกล่าว

ปัจจุบันการแพทย์แผนไทยทั่วประเทศมีเพียง 500 คนเท่านั้น โดยประจำอยู่ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั่วประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้ ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจาก รพ.สต. มีมากถึง 9,700 แห่ง จึงจำเป้นต้องเร่งสำรวจความเหมาะสมของอัตรากำลัง เพื่อจะได้ให้สถานศึกษาเปิดเป็นคณะหรือศาสตร์สาขาวิชา อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข อาจสร้างเครือข่ายการแพทย์แผนไทยประจำ รพ.สต.

นอกจากนี้ การสำรวจความพร้อมของพื้นที่ ยังจำเป็นต้องเร่งการส่งเสริมแนวคิดแก่นักศึกษารุ่นใหม่ด้วยว่า การแพทย์แผนไทยไม่ใช่หมอนวด แต่หมายถึงแพทย์ที่สามารถวินิจฉัยโรคได้ และรักษาอาการของโรคได้ด้วยนวัตกรรมไทย ยาแผนโบราณ ตลอดจนประยุกต์ศาสตร์อื่น ๆ เพื่อการรักษาได้ เช่น การนวดแบบฤๅษีดัดตน การนวดแก้ปวดหลังพื่อลดอาการอักเสบหรือปวดกระดูก เป็นต้น นักศึกษาที่เรียนด้านนี้ หากจบระดับปริญญาตรีก็จะออกใบประกาศวิชาชีพให้ ขณะนี้ ประเทศไทยอยู่ในช่วงนำร่องระบบ โดยมี รพ.แพทย์แผนไทยประมาณ 9 แห่ง และอาจมีสถานพยาบาลที่ให้บริการจากมหาวิทยาลัยเข้าร่วมอีก 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอิสานวิทยาเขตสกลนคร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ขณะที่การเรียนการสอนเกี่ยวกับศาสตร์ดังกล่าวอยู่ในสถาบันอุดมศึกษามีกว่า 20 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ สำหรับศาสตร์ที่จำเป็นต้องผลักดันและเชื่อว่าจะแข่งขันในประเทศอาเซียนได้นั้น เป็นศาสตร์การนวดรักษา ซึ่งต่างจากการนวดเชิงส่งเสริมสุขภาพ หรือนวดผ่อนคลาย

หากสามารถพัฒนาด้านกำลังคน ก็จะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากการเร่งพัฒนาศักยภาพด้านสมุนไพร หรือยาไทยด้านเดียวอาจล่าช้า ไม่ทันต่อการแข่งขันระดับนานาชาติ เพราะประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม มีการเรียน การสอนแพทย์พื้นบ้านมานานแล้ว และมีการก่อตั้งกรมการพัฒนาแพทย์พื้นบ้าน (Traditional Medicine) มานานกว่า 50 ปี

 

ที่มา : กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

จำนวนผู้เข้าชม

ลิขสิทธิ์ © 2554 ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2224-1843 โทรสาร 0-2222-4159

© 2554 สงวนลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย N Square Media And Creation Co., Ltd.