หน้าหลักข้อมูลองค์กรแผนงานโครงการแสดงความคิดเห็นแผนผังเว็บไซต์ติดต่อเรา

คณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัด

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

GMS

ACMECS

IMT-GT

ROC

AEC

กระทรวงมหาดไทย

เว็บไซต์จังหวัด

ส่วนราชการไทย

สื่อสารมวลชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บทความ

ภาพกิจกรรม

องค์กรภาคเอกชน

หอการค้าไทย

สมาคมธนาคารไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ส่วนหัวปฏิทิน

 

ส่วนหัวนาฬิกา

ส่วนหัวพยากรณ์อากาศ

ส่วนหัวราคาน้ำมัน ปตท.

ส่วนหัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

IMT-GT
ข้อสรุปรายงานผลความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผนงาน JDS Implementation Matrix ตามข้อเสนอของฝ่ายไทยและมาเลเซีย

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับคณะทำงาน ครั้งที่ ๘ ของกรอบความร่วมมือภายใต้คณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์ร่วมในการพัฒนาพื้นที่ ชายแดนไทย-มาเลเซีย (Thailand-Malaysia Committee on Joint Development Strategic for Border Area : JDS) เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมการนำเสนอต่อที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและระดับรัฐมนตรี JDS การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-มาเลเซีย และการประชุมประจำปีระหว่างนายกรัฐมนตรีตามลำดับ อย่างไรก็ตามการประชุมดังกล่าวได้เลื่อนไป

 

รัฐบาล ปัจจุบันได้กำหนดให้มีการประชุมประจำปีระหว่างนายกรัฐมนตรี และการประชุมระดับอื่นๆ ระหว่างไทยและมาเลเซีย โดย หน่วยงานทั้งสองฝ่ายได้มีความคืบหน้าในการดำเนินการ พร้อมทั้งยังมีประเด็นที่ต้องการหารือในรายละเอียด เพื่อการบูรณาการในขั้นตอนการปฏิบัติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจึงร่วมหารือกับ Economic Planning Unit มาเลเซีย กำหนดจัดประชุม The First JDS Project Coordinators’ Meeting ระหว่างวันที่ ๒๖-๒๗ กันยายน ๒๕๕๔ ณ โรงแรมหรรษา เจบี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยกำหนดการประชุมเตรียมการฝ่ายไทย เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๔ ณ ห้องประชุมเดช สนิทวงศ์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ในการประชุมเตรียมการ เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๔ ที่ ประชุมได้มีประเด็นการพิจารณารายงานสถานะความก้าวหน้า จากผลการประชุมคณะกรรมการระดับสูง High Level Committee ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๓ ณ เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามข้อสั่งการของผู้นำในแผนงาน JDS Implementation Matrix สำหรับเตรียมการฝ่ายไทยสำหรับการประชุม The First JDS Project Coordinators’ Meeting ประกอบด้วยสาขาความร่วมมือ ดังนี้

Cluster การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

           (๑)    การพัฒนาด่านศุลกากรสะเดา-ด่านศุลกากรบูกิต-กายูฮิตัม (กรมศุลกากร/กรมโยธาธิการและผังเมือง/จังหวัดสงขลา)

           (๒)    การพัฒนาด่านศุลกากรบ้านประกอบ-ด่านศุลกากรดูเรียนบุหรง(กรมศุลกากร/กรมโยธา ธิการและผังเมือง/จังหวัดสงขลา/กรมทางหลวง

           (๓)    การพัฒนาความเชื่อมโยงด้านจังหวัดสตูล-รัฐปะลิส : การพัฒนาความเชื่อมโยงที่ด่านศุลกากรวังประจัน-จุด ตรวจวังเกลียน การศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างถนน/อุโมงค์เชื่อมโยงจังหวัดสตูล-รัฐ ปะลิส     

           (๔)    การศึกษาความเหมาะสมในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลกแห่งใหม่ที่ด่าน ศุลกากรตากใบ-เปิงกาลันกุโบร์ (กรมทางหลวง/กรมโยธาธิการและ  ผังเมือง)

           (๕)     การศึกษาออกแบบรายละเอียดสะพานข้ามแม่น้ำโกลกแห่งที่สองที่รันเตาปันยัง-สุไหงโกลก (กรมทางหลวง)

            (๖)     การพัฒนาด่านศุลกากรบูเก๊ะตา-บูกิตบุหงา (กรมศุลกากร/กรมโยธาธิการและผังเมือง) ทั้งสองฝ่ายยังไม่เคยหารือเรื่องนี้ในการประชุมครั้งก่อน

           (๗)     ความร่วมมือด้านการพัฒนาสะพานเศรษฐกิจ (น้ำมัน) เชื่อมโยงรัฐเคดะห์-จังหวัดสงขลา  (กระทรวงพลังงาน/ปตท./สศช.)

           (๘)     โครงการทบทวนการศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างมอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดา

Cluster การค้าและการลงทุน

            (๑)    การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนบริเวณอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา-เมืองบูกิตกายูฮิตัม  รัฐเคดะห์ (สศช./กนอ./BOI/กรมศุลกากร/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/จังหวัดสงขลา)

            (๒)     การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดนบริเวณอำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโกลก และอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส กับรัฐกลันตัน มาเลเซีย (จังหวัดนราธิวาส/สศช./กนอ./กรมโยธาธิการและผังเมือง/BOI/ กรมศุลกากร/หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

            (๓)     การพัฒนาแบบ Township ที่บ้านประกอบ-ดูเรียนบุหรง (กรมโยธาธิการและผังเมือง/จังหวัดสงขลา

            (๔)    การพัฒนาแบบ Township ที่ เบตง-เปิงกาลันฮูลู (กรมโยธาธิการและผังเมือง/จังหวัดยะลา

Cluster การเกษตร ประมง ปศุสัตว์ และชลประทาน

            (๑)     ข้อเสนอของมาเลเซียในการพัฒนาพื้นที่ Rubber Belt เชื่อมโยงระหว่างไทยและ NCER (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์/จังหวัดสงขลา/จังหวัดสตูล/จังหวัดยะลา 

ข้อมูลประกอบการพิจารณาจากแผนการพัฒนาที่เชื่อมโยงหลายสาขา (Cross Cutting)

            (๑)     การบูรณาการแผนพัฒนาพื้นที่ภาคใต้และแผนพัฒนาพื้นที่ CSER/ECER (สศช./หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)

ข้อสังเกตของฝ่ายไทย :

        ๓.๑   ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ยังขาดข้อมูลสำคัญด้านแผนงานการพัฒนาระดับพื้นที่ชายแดน

        ๓.๒   ควรมีเป้าหมายในการเจรจากับมาเลเซียที่ชัดเจน

        ๓.๓   ควรมีฝ่ายเลขานุการคณะทำงาน Taskforce ในกลุ่ม Cluster ทั้ง ๓ กลุ่ม เพื่อประสานการขับเคลื่อนนโยบายในกลุ่ม Cluster อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

        ๓.๔   สถานการณ์การเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพ มีการเปลี่ยนนโยบายตามการเปลี่ยนแปลงผู้นำรัฐบาล ในขณะที่มาเลเซียมีความก้าวหน้าในการพัฒนาเป็นลำดับอย่างต่อเนื่อง

        ๓.๕   ทั้งสองประเทศจะต้องประสานความร่วมมือในการพัฒนา เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (AEC) ในภูมิภาคร่วมกันอย่างจริงจัง และ JDS คือภาพที่ดีระหว่างไทย-มาเลเซีย ในอันที่จะเป็นกลไกการขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจในภูมิภาค ในฐานะเป็นฐานการผลิตร่วมกันในอาเซียน มิใช่การแข่งขันชึ่งกันและกัน

        ๓.๖   การพัฒนาชายแดนของมาเลเซียไม่มีปัญหา แต่ฝ่ายไทยยังติดขัดข้อกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เป็น อุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน

        ๓.๗   ประธานรับจะนำเสนอ โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกปานาเระ จังหวัดปัตตานี และ การพิจารณาโครงการพัฒนาเส้นทาง Inland ระหว่าง ปัตตานี-ยะลา-เบตง-ปีนัง โดยเฉพาะด่านเบตง เป็นยุทธศาสตร์สำคัญอีกเส้นทางหนึ่งที่จะบรรจุเป็น Project ในการประชุม JDS ในครั้งนี้ด้วย และได้มอบให้กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดทำผังเมือง Township ที่เบตง ให้ชัดเจนเพื่อรองรับการเชื่อมโยงจากเส้นทางดังกล่าว

        ๓.๘   ประธานเห็นชอบที่จะนำเรื่อง การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนตลอดแนวชายแดน ผลักดันให้รัฐบาลพิจารณา ซึ่งเป็นข้อเสนอของภาคเอกชนในท้องถิ่นที่จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ ระดับพื้นที่จากภาคเอกชนของไทย ซึ่งรัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ให้เกิดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรม

        ๓.๙   ควรใช้เวที JDS เป็นกลไกส่งเสริมการลงทุนจากภาคเอกชนมาเลเซียให้มาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น

        ๓.๑๐  การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับมาเลเซียน่า จะเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ได้ และการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนของทั้งสองประเทศ ควรมองในทุกมิติควบคู่กัน

        ๓.๑๑  ข้อเสนอของไทยในด้านศักยภาพของไทยในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ไทยควรฉายภาพการเป็นครัวโลก (World Kitchen) ในอีก ๒๐-๓๐ ปีข้างหน้า ซึ่งปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ คือความพร้อม และความมีเสถียรภาพด้านการเมืองของไทย

ข้อสรุปรายงานผลความก้าวหน้า การดำเนินงานตามแผนงาน JDS Implementation Matrix ตามข้อเสนอของฝ่ายไทยและมาเลเซีย

โครงการ

สถานะความก้าวหน้า/ข้อเสนอฝ่ายไทย 

สถานะความก้าวหน้า/ข้อเสนอฝ่ายมาเลเซีย 

๑.   คลัสเตอร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงด้านการคมนาคม

๑.๑  การพัฒนาด่านศุลกากรสะเดา-ด่านศุลกากรบูกิต-กายูฮิตัม (กรมศุลกากร/กรมโยธาธิการและผังเมือง/ จังหวัดสงขลา) มีผลความก้าวหน้าการปรับปรุงการให้บริการบริเวณด่านพรมแดน สรุปได้ดังนี้ 

  การบริหารจัดการข้ามแดนของผู้เดินทางและรถบรรทุก, การเพิ่มเวลาให้บริการในช่วงเร่งด่วนและการปรับปรุงช่องทางให้บริการตรวจรถ บรรทุกที่รวดเร็ว

 โครงการขยายพื้นที่ด่านสะเดาไปทางด้านป่าคลอง ล่าปัง จะแล้วเสร็จในปี ๒๕๕๖ โดยจะมีการก่อสร้างถนนสองช่องจราจรเพื่อรองรับรถบรรทุก และขอให้มาเลเซียพิจารณาขยายการปรับปรุงพื้นที่ด่านบูกิต-กายูฮิตัมให้มาถึง ชายแดนบริเวณด่านสะเดา เพื่อสามารถเปิดเป็นจุดผ่านแดนอีกจุดหนึ่ง

  มาเลเซียจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมหารือปัญหาความแออัดและบริการตรวจ เอกสาร และจะร่วมหารือกับไทยในการประชุมครั้งต่อไป

  มาเลเซียจะเร่งดำเนินการด้านมาเลเซียให้มีกำหนดแล้วเสร็จให้ตรงกันแต่มิได้ รับว่าจะสามารถขยายพื้นที่การพัฒนามาถึงบริเวณด่านชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่ความมั่นคงของมาเลเซีย                     

 

๑.๒ การพัฒนาด่านศุลกากรบ้านประกอบ-ด่านศุลกากรดูเรียนบุหรง(กรมศุลกากร/กรมโยธาธิการและผังเมือง/จังหวัดสงขลา/กรมทางหลวง  

 

  การก่อสร้างด่านศุลกากรบ้านประกอบระยะที่ ๑ มีกำหนดแล้วเสร็จปลายปี ๒๕๕๔ และจะ ก่อสร้างระยะที่ ๒ ต่อไประหว่างปี ๒๕๕๕-๒๕๕๘

  รัฐบาลไทยได้อนุมัติการใช้ที่ดิน ๗๙ ไร่ งบประมาณ ๓๙๙ ล้าน โดยระยะที่ ๑ แล้วเสร็จประมาณเดือน พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ระยะที่ ๒ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี ๒๕๕๙ พร้อมการก่อสร้างทางหลวง ๔๑๑๓ เป็นสี่ช่องจราจรระยะทาง ๓๐ กม.มายังด่านและทางสองช่องจราจรระยะ ๔ กม.จากด่านมายังชายแดน กำหนดแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔

  การก่อสร้างด่านศุลกากรแห่งใหม่ที่ดูเรียนบุหรง เมืองโกตาปุตรา แล้วเสร็จและเปิดให้บริการ แล้ว เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๓                   

 

๑.๓ การพัฒนาความเชื่อมโยงด้านจังหวัดสตูล-รัฐปะลิส : การพัฒนาความเชื่อมโยงที่ด่านศุลกากรวัง ประจัน-จุดตรวจวังเกลียน การศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างถนน/อุโมงค์เชื่อมโยงจังหวัดสตูล-รัฐ ปะลิส

  ไทยได้จัดงบสรรประมาณในการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นของโครงการดังกล่าวแล้ว

 

  มาเลเซียแจ้งว่า รัฐปะลิสได้แจ้งต่อจังหวัดสตูล เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๒ ว่ามีข้อขัดข้องในการดำเนินโครงการด้านการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวน/แหล่งกักเก็บน้ำ และจะพัฒนาเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ/เกษตร

๑.๔ การศึกษาความเหมาะสมในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลกแห่งใหม่ที่ด่าน ศุลกากรตากใบ-เปิงกาลันกุโบร์ (กรมทางหลวง/กรมโยธาธิการและผังเมือง)

  ไทยได้ศึกษาความเป็นไปได้โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลก ที่อำเภอตากใบ-เปิงกาลันกุโบร์ให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๕๓ โดยคณะกรรมการกำกับการศึกษาร่วมได้พิจารณาเลือกจุดก่อสร้างแล้ว และจะดำเนินการออกแบบรายละเอียดต่อไป โดยจะพิจารณาร่วมกับระหว่างกรมทางหลวงไทย กับ Ministry of Works, Malaysia โดย Joint Technical Working Group

  มาเลเซียรับทราบความก้าวหน้าฝ่ายไทย และเห็นด้วยกับข้อเสนอของไทย            

 

 

โครงการ

สถานะความก้าวหน้า/ข้อเสนอฝ่ายไทย 

สถานะความก้าวหน้า/ข้อเสนอฝ่ายมาเลเซีย 

 

  ปัจจุบัน กรมทางหลวงได้ศึกษาแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๕๔ และอยู่ระหว่างจัดพิมพ์รายงานการศึกษาขั้นสุดท้ายพร้อมคำแปลเพื่อส่งให้ มาเลเซียต่อไป

 

๑.๕ การศึกษาออกแบบรายละเอียดสะพานข้ามแม่น้ำโกลกแห่งที่สองที่รันเตาปันยัง-สุไหงโกลก (กรมทางหลวง)

  ฝ่ายไทยรับทราบความก้าวหน้าจากมาเลเซีย ซึ่งเป็นฝ่ายหลักด้านรันเตาปันยัง-สุไหงโกลก

   มาเลเซียได้ศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลกแห่งที่สองที่ รันเตาปันยัง-สุไหงโกลกแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

๑.๖ การพัฒนาด่านศุลกากรบูเก๊ะตา-บูกิตบุหงา (กรมศุลกากร/กรมโยธาธิการและผังเมือง) ทั้งสองฝ่ายยังไม่เคยหารือเรื่องนี้ในการประชุมครั้งก่อน

 

  ไทยมีความก้าวหน้าการพัฒนาด่านระยะที่ ๑ และมีแผนงานพัฒนาระยะที่ ๒ พร้อมที่จะเชื่อมโยงกับมาเลเซียแล้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการ ใช้ประโยชน์สะพานบูเก๊ะตา-บูกิตบุหงา (สะพานมิตรภาพไทย-มาเลเซีย)

   มาเลเซียเห็นควรหารือเพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาร่วมกับไทย

๑.๗  ความร่วมมือด้านการพัฒนาสะพานเศรษฐกิจ (น้ำมัน) เชื่อมโยงรัฐเคดะห์-จังหวัดสงขลา (กระทรวงพลังงาน/ปตท./สศช.)  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ยืนยันท่าทีไม่พร้อมในการร่วมทุน และขอสงวนการใช้สิทธิผ่านทางตามแนวท่อก๊าซธรรมชาติของบริษัท

ทรานส์ไทย-มาเลเซีย ไทยต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๖๗ และ ๑๙๐ โดยจะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและผลกระทบด้านสุขภาพ และการจัดทำประชาพิจารณ์ รวมทั้งการกำหนดที่ดินในการตั้งโรงงาน

  เรื่องการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนในพื้นที่โครงการ ฝ่ายไทยยังอยู่ระหว่างจัดทำกฎหมายรองรับการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ

  การส่งเสริมการลงทุนมีข้อจำกัด ได้แก่ การที่ต้องจัดทำแผนพัฒนาร่วมกับประชาคมในพื้นที่รับผลกระทบ การที่ผลการศึกษาความเหมาะสมในการพัฒนาพื้นที่สงขลา-สตูล และผลการศึกษาการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ยังไม่แล้วเสร็จ

  สถานะล่าสุด ไทยอยู่ระหว่างการทบทวนแนวคิดการพัฒนาสะพานเศรษฐกิจไทยและปรับลดขนาดของท่า เรือปากบารา ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสะพานเศรษฐกิจ เพื่อเป็นท่าเรือรองรับการเชื่อมโยงในกรอบ IMT-GT และอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (แล้วเสร็จปลายปี ๒๕๕๔) เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เป็นที่ยอมรับของประชาคม ซึ่งอาจไม่ยอมรับการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี รวมทั้งเหล็กต้นน้ำต่อไปในอนาคต โดยรัฐบาลมีความสนใจการพัฒนาในด้านทวาย

  ขอรับการสนับสนุนจากไทยในเรื่อง (๑) สิทธิการผ่านทาง (Right of Way) ขอ ให้รัฐบาลไทย อนุญาตให้มาเลเซียใช้สิทธิผ่านทางของแนวท่อก๊าซธรรมชาติในปัจจุบัน ในการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอื่น ๆ โดยมีหนังสืออนุญาตให้มาเลเซียเช่า และให้มาเลเซียจัดทำหนังสือสัญญาการเช่าสิทธิผ่านทางกับกระทรวงพลังงาน (๒) ด้านพื้นที่ตั้งสถานีส่งออกน้ำมัน ขอให้จัดหาพื้นที่ประมาณ ๕๐๐ เอเคอร์ (๒๐๐ ไร่) และ (๓) ด้านมาตรการส่งเสริมการลงทุน ขอให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกำหนด มาตรการส่งเสริมที่เหมาะสมในพื้นที่ภาคใต้

  มาเลเซียรับทราบข้อจำกัดของไทย และยินดีดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนด และจะติดตามกระบวนการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องของไทยต่อไป

  ปัจจุบันมาเลเซียยังไม่ได้ยืนยันความต้องการเดิม นับตั้งแต่การประชุมคณะทำงาน ครั้งที่ ๘ เป็นต้นมา

โครงการ

สถานะความก้าวหน้า/ข้อเสนอฝ่ายไทย 

สถานะความก้าวหน้า/ข้อเสนอฝ่ายมาเลเซีย 

๑.๘  โครงการทบทวนการศึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างมอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดา

 

  ไทยยังไม่เคยหารือกับมาเลเซียในกรอบ JDS แต่ในกรอบ IMT-GTเป็น Priority Connectivity Project ปัจจุบัน กรมทางหลวงได้รับจัดสรรงบประมาณศึกษาทบทวนด้านความเหมาะสม ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ แล้ว

  มาเลเซียได้บรรจุเข้าวาระการประชุมในกรอบ JDS เป็นครั้งแรก

 

๒.  คลัสเตอร์ด้านการค้าและการลงทุน

๒.๑ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนบริเวณอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา-เมืองบูกิตกายูฮิตัม รัฐเคดะห์(สศช./กนอ./BOI/กรมศุลกากร/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/จังหวัดสงขลา)

 

  ไทยได้จัดทำรายงานการศึกษาความเป็นไปได้การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณ ชายแดนไทย-มาเลเซีย ณ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ประเทศไทย-เมืองบูกิตกายูฮิตัม รัฐเคดะห์ มาเลเซีย ส่วนที่ดำเนินการในฝั่งไทย ระยะที่ ๑ แล้วเสร็จในเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ และจัดทำรายงานการศึกษาระยะที่ ๒ แล้วเสร็จในเดือนมีนาคม ๒๕๕๓

  ผลการศึกษาของไทยเห็นว่า มีพื้นที่เหมาะสมในการพัฒนาสองแห่งได้แก่ (๑) พังลาและ คลองแงะ พื้นที่รวม ๖๕๐ ไร่ ประมาณ ๒๖๐ เฮกตาร์และเหมาะสมในการพัฒนาเป็นศูนย์โลจิสติกส์ แต่ต้องสร้างทางเชื่อมโยงกับทางหลวงหมายเลข ๔ กับทางรถไฟเชื่อมไปยังปาดังเบซาร์ (๒) พื้นที่สถานีรถไฟ รวม ๖๕๐ ไร่ หรือประมาณ ๒๖ เฮกตาร์แต่ประชาคมไม่ยินยอมให้พัฒนาเป็นเขตอุตสาหกรรม โดยให้พัฒนาในนิคมฉลุงบริเวณใกล้เคียงแทน และ (๓) พื้นที่บ้านทับโกบ อำเภอสำนักขาม พื้นที่ ๙๙๐ หรือประมาณ ๔๐๐ เฮกตาร์ พัฒนาตามมาตรฐานนิคมของ กนอ.ได้

   มาเลเซียได้ศึกษาความเป็นไปได้และได้เสนอให้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษใน พื้นที่ ๒๖,๘๐๐ ไร่ หรือ ๔,๓๐๐ เฮกตาร์ โดยเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอยู่แล้ว และตั้งอยู่บนทางหลวงพิเศษบูกิตกายูฮิตัม-ยะโฮร์บาห์รู :ซึ่งเป็นแหล่งแรงงาน

   พัฒนาที่ดินเป็น Free Industrial Zone ประกอบด้วยอุตสาหกรรมหลักในพื้นที่ ประเภท Industrial Crops, Rubber based Industries โดยเร่งรัดการพัฒนายาง และลดองค์ประกอบของแรงงานเพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนแรงงาน และใช้เทคโนโลยีระดับสูง เพิ่มผลิตภาพ สนับสนุนผู้ประกอบการใช้วิธีการ Contract Farming

๒.๒  การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดนบริเวณอำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโกลก และอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส กับรัฐกลันตัน มาเลเซีย (จังหวัดนราธิวาส/สศช./กนอ./กรมโยธาธิการและผังเมือง/BOI/กรมศุลกากร/หน่วย งานอื่นที่เกี่ยวข้อง

   ฝ่ายไทยยังไม่เคยหารือในกรอบ JDS แต่ได้บรรจุในแผนงาน IMT-GTเป็นโครงการใน Implementation Blueprint ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๙ ความก้าวหน้าล่าสุด เห็นควรนำเสนอโครงการการพัฒนาในภาพรวมของจังหวัดนราธิวาส เชื่อมโยงจากพื้นที่ชายแดน ๓ อำเภอกับรัฐกลันตันของมาเลเซียตามแผนงานลำดับความสำคัญของแผนงาน ECER และเชื่อมเข้าสู่พื้นที่ตอนในของจังหวัดนราธิวาสผ่านสะพานข้ามแม่น้ำโกลก ทั้งสามสะพาน และเชื่อมสู่พื้นที่ตอนในอำเภอ

ยะหริ่งและการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์กับนิคมฮาลาลที่ปัตตานี   เร่งทำความตกลงในการขออนุญาตใช้ที่ดินป่าเสื่อมโทรมที่ท่าจะโก อำเภอตากใบ พื้นที่ ๕๐๐ ไร่ กับกรมป่าไม้ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

   มาเลเซียรับทราบและจะได้นำเข้าหารือในกรอบ JDS พร้อมทั้งแจ้งว่าอำเภอตากใบมีลำดับความสำคัญเป็นลำดับแรก

โครงการ

สถานะความก้าวหน้า/ข้อเสนอฝ่ายไทย 

สถานะความก้าวหน้า/ข้อเสนอฝ่ายมาเลเซีย 

 

   มุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากสะพานข้ามแม่น้ำโกลก การเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างเขตเศรษฐกิจชายแดนทั้งสองประเทศ การเชื่อมโยงโลจิสติกส์ภายในและเชื่อมโยงระหว่างประเทศ

 

๒.๓ การพัฒนาแบบ Township ที่บ้านประกอบ-ดูเรียนบุหรง (กรมโยธาธิการและผังเมือง/จังหวัดสงขลา

   ทั้งสองประเทศยังไม่เคยหารือการพัฒนา Township ในกรอบ JDS

   ฝ่ายมาเลเซียมีแผนงานพัฒนาในเชิงบูรณาการทั้งระบบ เชื่อมโยงถึงท่าส่งออกที่ปีนัง ในขณะที่ฝ่ายไทยยังไม่มีแผนชัดเจน เนื่องจากแผนพัฒนาสะพานเศรษฐกิจเชื่อมโยงระหว่างสตูลกับนาทับ (ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่สอง) ยังไม่มีความก้าวหน้า

๒.๔ การพัฒนาแบบ Township ที่

เบตง-เปิงกาลันฮูลู (กรมโยธาธิการและผังเมือง/จังหวัดยะลา

   ไทยยังไม่เคยหารือการพัฒนา Township ในกรอบ JDS กับมาเลเซีย

   มาเลเซียมีการนำเสนอแผนพัฒนาในเชิงรุกในกรอบ IMT-GT บริเวณเปิงกาลันฮูลู ในขณะที่ฝ่ายไทยยังมีความล่าช้าในการเชื่อมโยงเบตงสู่ตอนในของไทย เนื่องจากความล่าช้าของการปรับปรุงทางหลวงสาย ๔๑๐ ตอนสะพานข้ามเขื่อนบางลาง และยังไม่เคยมีการจัดทำแผนบูรณาการทั้งภายในและกับมาเลเซีย

๓. คลัสเตอร์การเกษตร รวมถึงการประมง ปศุสัตว์และชลประทาน

๓.๑  ข้อเสนอของมาเลเซียในการพัฒนาพื้นที่ Rubber Belt เชื่อมโยงระหว่างไทยและ NCER (กษ./จังหวัดสงขลา/จังหวัดสตูล/จังหวัดยะลา

   ฝ่ายไทยรับทราบตามที่มาเลเซียเสนอ แต่ยังไม่มีผู้สนใจเข้าร่วมลงทุน เนื่องจากยังไม่มีข้อมูล

 

 

 

 

 

 

   มาเลเซียเสนอยุทธศาสตร์ร่วมมาเลเซีย-ไทยในการพัฒนาแนวพื้นที่ยางพาราของทั้งสองประเทศ พื้นที่รัฐเคดะห์ตอนเหนือและภาคใต้ของไทย

   การพัฒนาเน้นที่การเชื่อมโยงกิจกรรมระหว่างพื้นที่ NCER กับภาคใต้ของไทย โดยเน้นที่การแปรรูปน้ำยาง และไม้ยาง เพื่อเป็นโครงการหลักอันหนึ่งในเขตเศรษฐกิจชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่สะเดา-บูกิตกายูฮิตัม  และดูเรียน-บุหรง โดยมุ่งเน้นเทคโนโลยีระดับสูง

   เสนอให้ทั้งสองประเทศตั้งคณะทำงานด้านเทคนิคร่วมเพื่อหารือในรายละเอียดด้าน การวิเคราะห์ Cost-benefit ภายใต้ผลตอบแทนที่เท่าเทียมกัน

๔.  ข้อมูลประกอบการพิจารณาจากแผนการพัฒนาที่เชื่อมโยงหลายสาขา (Cross Cutting)

๔.๑  การบูรณาการแผนพัฒนาพื้นที่ภาคใต้และแผนพัฒนาพื้นที่ CSER/ECER (สศช./หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)

   แผนการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ แบ่งพื้นที่เป็น ๓ ส่วน ได้แก่ (๑) อนุภาคภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรและการท่องเที่ยว (๒) อนุภาคภาคใต้ฝั่งอันดามัน เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การประชุมและนิทรรศการนานาชาติ การบริการและอุตสาหกรรมบนฐานความรู้ และ (๓) อนุภาคภาคใต้ชายแดน เน้นการพัฒนาโดยเชื่อมโยงศักยภาพทางโครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์

   พื้นที่ NCER ของมาเลเซียเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตรที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง การท่องเที่ยว การค้า การลงทุนกับกรอบ IMT-GT และนานาชาติ การเชื่อมโยงโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐาน HRD การพัฒนาที่ลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม เน้นความร่วมมือภาครัฐและเอกชน เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ลดภาวะความยากจนเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ความสงบเรียบร้อย

โครงการ

สถานะความก้าวหน้า/ข้อเสนอฝ่ายไทย 

สถานะความก้าวหน้า/ข้อเสนอฝ่ายมาเลเซีย 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

และการค้าชายแดนกับมาเลเซีย โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ วัฒนธรรม และบริการ

   ความก้าวหน้าด้านการพัฒนาระบบรางของไทยตามแผนแม่บทการพัฒนาระบบราง (Railways Development Masterplan: RMAP) (สนข.) ภาคใต้มีแผนพัฒนาในอนาคตเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย สายประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ๑๖๖ กม. (แผนปีที่ ๑-๕), สายชุมพร-สุราษฎร์ธานี ๑๖๖ กม. (ภายใน ๑๐ ปี), สายหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ๘๙ กม.(ภายใน ๑๐ ปี), สายสุราษฎร์ธานี-ปาดังเบซาร์ ๓๓๙ (ภายใน ๑๕ ปี), สายหาดใหญ่-สุไหงโกลก ๒๑๔ กม. (ภายใน ๑๕ ปี), สายทุ่งสง-กันตัง ๙๓ กม.(ภายใน ๑๕ ปี)

   ไทย-มาเลเซียได้ทำความตกลงด้านการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารทางถนน (กระทรวงคมนาคม) จากการประชุมระดับรัฐมนตรี JDS ครั้งที่ ๒ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการเจรจาเพื่อจัดทำกรอบความตกลงฉบับใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและการขนส่งสินค้าข้ามแดน โดยล่าสุด ที่ประชุมเห็นชอบให้พิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจด้านการขนส่งสินค้า (MOU on the Facilitation of Transport of Goods) ให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วจึงดำเนินการยกร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งผู้ โดยสาร (MOU on the Facilitation of Transport of Passengers)

โดยมีการพัฒนาเป็น ๓ ขั้นตอน คือ ช่วงปรับตัวของอุตสาหกรรม ช่วงบูรณาการการเติบโตกับการรักษาระบบนิเวศ และช่วงการขยายตัว

  พื้นที่ ECER เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม พลังงาน อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและ HRD เน้นการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้ามแดนเชื่อมโยงแนวพื้นที่เศรษฐกิจมาเลเซียกับไทย

   ศักยภาพการเชื่อมโยงของมาเลเซียกับไทยในพื้นที่ NCER ได้แก่

    (๑)  ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การพัฒนาอุตสาหกรรมพื้นบ้าน การร่วมสร้างบริการเรือท่องเที่ยว และการปรับปรุงอำนวยความสะดวกด้าน CIQ

    (๒) ด้านโลจิสติกส์ โดยใช้ประโยชน์จาก ASEAN Single Window ในระดับทวิภาคี ณ เมืองชายแดน พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูล Custom EDI เพื่อลดความซ้ำซ้อนการจัดเก็บข้อมูล การยกเว้นภาษีสินค้าชายแดน การลดขั้นตอนพิธีการทางศุลกากร

    (๓)  การแปรรูป โดยการเชื่อมโยงสวนอุตสาหกรรมด้านคลัสเตอร์ยานยนต์ ยางและน้ำยาง ศูนย์อาหารฮาลาลและการตรวจปล่อยสินค้าโดย Inland Depot

   มาเลเซียเสนอการเชื่อมโยงพื้นที่ ECER มาเลเซียเสนอให้มีศูนย์กลางการพัฒนาใน NCER เป็น ๖ ศูนย์ โดยมีส่วนใกล้ชิดกับไทย ได้แก่ ศูนย์การพัฒนาข้ามแดน (ตุมปัท-โกตาบาห์รู-บาจ็อค-ต็อคบาลี-เบซุท) โดย ตุมปัทตรงข้ามตากใบเป็น ศูนย์กลางการประมงโกตาบาห์รูเป็นศูนย์สรรพสินค้าชั้นนำ บันเทิง และการท่องเที่ยวข้ามแดน  และบาจ็อคเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา โดยมี ศักยภาพในการพัฒนาเชื่อมโยงในด้าน (๑) การค้าชายแดน การลงทุน การท่องเที่ยว ที่เปิงกาลันกุโบร์ให้เป็นศูนย์กลางการค้าอนุภูมิภาคและการค้าชายแดน มีเขต Free Zone มี CIQ ศูนย์สินค้าปลอดภาษี และพัฒนาเมืองรันเตาปันยังเป็นเมืองชายแดนปลอดภาษีสำหรับสินค้าประเภท เครื่องใช้ไฟฟ้า บริการท่องเที่ยว และให้บูกิตบุหงาและเจลี เป็นเมืองแห่งการเชื่อมโยง

โครงการ

สถานะความก้าวหน้า/ข้อเสนอฝ่ายไทย 

สถานะความก้าวหน้า/ข้อเสนอฝ่ายมาเลเซีย 

 

 

ท้องถิ่น โดย บูกิตบุหงาจะเป็นช่องทางสำหรับ East Coast Express Way ระยะที่ ๓

(๒) การเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรต่อเนื่อง โดยมีเปิงกาลันกุโบร์ เป็นศูนย์กลางประมง

 (๓) การเชื่อมโยงทางโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ สะพานบูเก๊ะตา-บูกิตบุหงา, สะพานรันเตาปันยัง-สุไหงโกลก, สะพานเปิงกาลันกุโบร์-ตากใบ รองรับทางด่วนระบบที่ ๓ ทางพิเศษเชื่อมจากโกตาบาห์รู-เปิงกาบันกุโบร์ การขยายทางสายบูกิตบุหงา-รันเตาปันยัง-เปิงกาลันกุโบร์ การเปิดทางรถไฟสายปาเลมัส-รันเตาปันยัง การพัฒนาเส้นทางระบบรางระหว่างกัวลาลัมเปอร์-กวนตัน-ตุมปัท อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้

 (๔) การพัฒนาด้าน HRD และการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมร่วมกัน

(๕)  ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เสริมสร้างมาตรการดึงดูดการลงทุน โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ การจัดตั้งเขต Free Zone ที่เปิงกาลันกุโบร์, สวนอุตสาหกรรมฮาลาลที่ปาเลมัส, ศูนย์การพัฒนา Human Capital ของ ECER โดยขอเร่งรัดโครงการสำคัญที่เชื่อมต่อกับไทย ได้แก่ (๑) การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโกลกที่ตากใบ-เปิงการันกุโบร์ (๒) การเปิดบริการรถไฟเชื่อมโยงกับไทยที่เปิงการันกุโบร์ และ (๓) การเร่งรัดก่อสร้างทางหลวงระยะ ๓ ฝั่งตะวันออก (ตุมปัท รัฐกลันตัน-ปาหัง) 

 

 

 

หมายเหตุ :

๑.  JDS :     หมายถึง Thailand-Malaysia Committee on Joint Development Strategy for Border Area

๒.  NCER :  หมายถึง การพัฒนาเศรษฐกิจในบริเวณแนวพื้นที่ภาคเหนือของประเทศมาเลเซีย

     (Northern Corridor Economic Region : NCER )๓.  ECER :  หมายถึง การพัฒนาเศรษฐกิจในบริเวณแนวพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศมาเลเซีย

     (Eastern Corridor Economic Region : ECER )

  ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด  สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

จำนวนผู้เข้าชม

ลิขสิทธิ์ © 2554 ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2224-1843 โทรสาร 0-2222-4159

© 2554 สงวนลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย N Square Media And Creation Co., Ltd.