หน้าหลักข้อมูลองค์กรแผนงานโครงการแสดงความคิดเห็นแผนผังเว็บไซต์ติดต่อเรา

คณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัด

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

GMS

ACMECS

IMT-GT

ROC

AEC

กระทรวงมหาดไทย

เว็บไซต์จังหวัด

ส่วนราชการไทย

สื่อสารมวลชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บทความ

ภาพกิจกรรม

องค์กรภาคเอกชน

หอการค้าไทย

สมาคมธนาคารไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ส่วนหัวปฏิทิน

 

ส่วนหัวนาฬิกา

ส่วนหัวพยากรณ์อากาศ

ส่วนหัวราคาน้ำมัน ปตท.

ส่วนหัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

ACMECS
ปัญหาการค้ามนุษย์ระหว่างไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ปัญหาการค้ามนุษย์ระหว่างไทย – สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

การค้ามนุษย์ ถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชนทั้งในรูปแบบการล่อลวงทางเพศ แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ ซึ่งเป็นปัญหาอาชญากรรมและโรคติดต่อ จึงนับเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในวงกว้างด้วย

๑.     ภูมิหลัง

       การค้ามนุษย์ถือเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชนทั้งในรูปแบบการล่อลวงทางเพศ แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ ซึ่งเป็นปัญหาอาชญากรรมและโรคติดต่อ จึงนับเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองในวงกว้างด้วย 

๒.    สถานการณ์

       ๒.๑  ประเทศไทยเป็นประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทาง สำหรับการค้ามนุษย์ เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศและแรงงานบังคับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากชายแดนลาว เนื่องจากเด็กชาย - หญิงสาวร้อยละ ๘๐ ไม่ได้รับการศึกษา และบางส่วนอยู่ในภาวะยากลำบากประสบปัญหาครอบครัว

       ๒.๒   ปัญหาการค้ามนุษย์พบมากในหลายจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดน โดยเฉพาะอุบลราชธานี มุกดาหาร หนองคาย รวมทั้งอุดรธานี โดยขบวนการค้ามนุษย์มีการทำงานเป็นเครือข่าย โดยการรับ-ส่งเป็นทอดๆทับซ้อนกับเส้นทางของการลักลอบขนคนเข้า-ออกเมือง เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจตราจากเจ้าหน้าที่      

       ๒.๓   กลุ่มคนที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ชายแดนหรือแขวงใกล้เคียง ซึ่งมักถูกชักจูงโดยนายหน้าจัดหางานหรือคนรู้จักใกล้ชิด และส่งต่อให้ผู้รับจ้างนำพาข้ามพรมแดน เหยื่อส่วนมากเป็นเด็ก และจากเดิมที่มีอายุระหว่าง ๑๒ - ๑๘ ปีนั้น ล่าสุดพบเด็กอายุระหว่าง ๘ – ๙ ปี ถูกนำเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ด้วย

       ๒.๔   ในกระบวนการค้ามนุษย์ ลักษณะของการบังคับเหยื่อได้ลดลง แต่ถูกแทนที่ด้วยลักษณะของการชักจูง ทำให้ยากต่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากต่างเป็นผู้สมัครใจเดินทางเข้ามาโดยผิดกฎหมาย จึงอยู่ในสภาวะจำยอม และบางรายไม่ตระหนักว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ทำให้เกิดความกลัวว่าจะถูกลงโทษจากภาครัฐมากกว่าที่จะขอรับความช่วยเหลือ 

๓.    กลไกการดำเนินงานของไทย

       ๓.๑   คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) เป็นกลไกระดับชาติด้านการค้ามนุษย์ ซึ่งอาศัย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ และปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นเลขานุการ

       ๓.๒  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ซึ่งมีมาตรการป้องกัน คุ้มครองและช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ตั้งแต่การฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ฝึกอาชีพ ช่วยดำเนินคดีกับนายจ้าง โดยได้เปิดโทรศัพท์สายด่วน จัดบ้านพักเด็กและครอบครัว เป็นต้น

 ๔.    กลไกความร่วมมือไทย - ลาว

       ๔.๑   รัฐบาลไทยและสปป.ลาวได้ลงนามความร่วมมือในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรีและเด็ก เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๘                                                                                                         

       ๔.๒   ทั้งสองฝ่ายได้แต่งตั้งคระทำงานร่วมด้านความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยและลาว ว่าด้วยความร่วมมือต่อต้านการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรีและเด็ก เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ (ระยะที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๔๙ – ๒๕๕๑ และระยะที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๓ – ๒๕๕๕) และได้ดำเนินกิจกรรมเร่งด่วนตามแผน อาทิ การประชุมปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ชายแดนไทย – ลาว เพื่อรณรงค์ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจปัญหาการค้ามนุษย์ การผลิตสื่อและประชาสัมพันธ์ร่วมกัน โครงการให้ความรู้ในการส่งกลับและคืนสู่สังคม โครงการความร่วมมือในการติดตามผู้สูญหายชาวลาวที่เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (THALACC) และการประชุมร่วม Case Management Meeting ซึ่งทั้งสองฝ่ายผลัดกันเป็นเจ้าภาพอย่างต่อเนื่อง

       ๔.๓   ในระดับท้องถิ่น สามารถผลักดันให้มีการจัดประชุมความร่วมมือด้านการประสานการติดต่อการค้ามนุษย์ในระดับท้องถิ่นได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ระหว่างจังหวัดมุกดาหาร – แขวงสะหวันนะเขต เมื่อ ๑๔ – ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๑ เพื่อให้เกิดความร่วมมือ อาทิ มุ่งเน้นการทำงานในเชิงป้องกันโดยการสร้างเครือข่าย อาสาสมัครในชุมชน เพื่อเฝ้าระวังปัญหาและให้ความรู้ในพื้นที่ การเสริมสร้างศักยภาพให้แก่บุคลากร/ทีมสหวิชาชีพ อบรมให้ความรู้ในด้านกฎหมายเรื่องการค้ามนุษย์ของแต่ละประเทศ สร้างกลไกประสานงานให้มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างจังหวัด เป็นต้น 

๕.    ประเด็นที่ฝ่ายไทยประสงค์จะผลักดัน

       โดยที่การประชุมความร่วมมือ ระหว่างจังหวัดมุกดาหารและแขวงสะหวันเขต เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ เป็นตัวอย่างของความร่วมมือในระดับท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม จึงควรผลักดันให้มีความร่วมมือในลักษณะดังกล่าว ระหว่างจังหวัด – แขวงตามแนวชายแดนอื่นๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นเส้นทางลักลอบค้ามนุษย์ และปัญหาดังกล่าวเริ่มขยายตัวในวงกว้าง อาทิ จังหวัดอุบลราชธานี – แขวงจำปาสัก เป็นต้น

จำนวนผู้เข้าชม

ลิขสิทธิ์ © 2554 ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2224-1843 โทรสาร 0-2222-4159

© 2554 สงวนลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย N Square Media And Creation Co., Ltd.