หน้าหลักข้อมูลองค์กรแผนงานโครงการแสดงความคิดเห็นแผนผังเว็บไซต์ติดต่อเรา

คณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัด

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

GMS

ACMECS

IMT-GT

ROC

AEC

กระทรวงมหาดไทย

เว็บไซต์จังหวัด

ส่วนราชการไทย

สื่อสารมวลชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บทความ

ภาพกิจกรรม

องค์กรภาคเอกชน

หอการค้าไทย

สมาคมธนาคารไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ส่วนหัวปฏิทิน

 

ส่วนหัวนาฬิกา

ส่วนหัวพยากรณ์อากาศ

ส่วนหัวราคาน้ำมัน ปตท.

ส่วนหัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

ACMECS
ปัญหาแรงงานต่างด้าวกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ปัญหาแรงงานต่างด้าวกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

       ปัญหาแรงงานต่างด้าว หลบหนีเข้าเมืองเกิดขึ้นจากการย้ายถิ่นฐานของประชาชนที่ประสบปัญหาความอดอยาก ยากจน เพื่อแสวงหาปัจจัยความมั่นคงชีวิตที่ดีกว่า ส่งผลให้ตลอดแนวชายแดนไทยมีคนต่างด้าวลักลอบเข้ามาทำงาน อาทิ แรงงานในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ลูกเรือประมง รวมถึงเป็นคนรับใช้ในบ้านเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหานี้ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง ขณะที่การดำเนินการของภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ผ่านมายังมีอุปสรรคต่างๆ ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้เท่าที่ควร

๑.     ภูมิหลัง 

       ปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองเกิดขึ้นจากการย้ายถิ่นฐานของประชาชนที่ประสบปัญหาความอดอยาก ยากจน เพื่อแสวงหาปัจจัยความมั่นคงชีวิตที่ดีกว่า ส่งผลให้ตลอดแนวชายแดนไทยมีคนต่างด้าวลักลอบเข้ามาทำงาน อาทิ แรงงานในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ลูกเรือประมง รวมถึงเป็นคนรับใช้ในบ้านเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหานี้ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง ขณะที่การดำเนินการของภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ผ่านมายังมีอุปสรรคต่างๆ ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้เท่าที่ควร 

๒.    การจัดระบบแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 

       ๒.๑   การเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว พม่า กัมพูชา มารายงานตัวจัดทำทะเบียนกับกรมการปกครอง เพื่อปรับเปลี่ยนสถานะจากแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ให้เป็นผู้เข้าเมืองถูกกฎหมาย โดยการพิสูจน์สัญชาติ ตรวจลงตรา และยื่นขอรับใบอนุญาตทำงาน

       ๒.๒   การนำแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายเข้ามาทำงานในประเทศไทย เนื่องจากยังมีความต้องการใช้แรงงานบริเวณชายแดนโดยเฉพาะในสาขาเกษตรกรรมอีกจำนวนมาก จึงเกิดความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการทำงานในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาล 

๓.    สถานะ/อุปสรรค  

       ๓.๑   กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ

              เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๓ มีแรงงานลาวมาขึ้นทะเบียนทั้งหมด ๑๑๑,๐๓๙ คน เข้าระบบพิสูจน์สัญชาติแล้ว ๙๑,๓๐๙ คน ในจำนวนดังกล่าวได้รับเอกสารรับรองพิสูจน์สัญชาติ (หนังสือเดินทางสัญชาติชั่วคราว) แล้ว    ๕๘,๔๓๐ คน และคงเหลือ ๑๙.๗๓๐ คน ยังไม่ได้เข้าระบบ (ผู้ที่หลบหนีไม่มาขึ้นทะเบียน) ซึ่งอุปสรรคที่สำคัญ คือ คณะทำงานพิสูจน์สัญชาติฝ่ายลาวได้เดินทางกลับไปตั้งแต่กรกฎาคม ๒๕๕๒ ทำให้การปรับเปลี่ยนเปลี่ยนสถานะแรงงานลาวหลลบหนีเข้าเมืองให้เป็นผู้เข้าเมืองถูกกฎหมายต้องหยุดชะงักลง ในขณะที่เอกสารรับรองพิสูจน์สัญชาติ ซึ่งออกให้โดยคณะทำงานมีอายุเกิน ๑ ปี และสถานเอกอัครราชทูต สปป.ลาว ไม่มีอำนาจในการต่ออายุก็ได้เริ่มทยอยหมดอายุลงด้วยเช่นกัน และในระหว่างนี้กำลังรอรับคำยืนยันว่าทางการลาวจะส่งคณะทำงานพิสูจน์สัญชาติเข้ามาดำเนินการครั้งต่อไปในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓      

       ๓.๒  การนำเข้าแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว 

              เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๓ มีแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาวถูกนำเข้ามาในไทยแล้วจำนวน ๑๐,๘๙๓ คน ปัญหาที่พบหลักคือ ข้อขัดแย้งระหว่างบริษัทจัดหางานลาวและนายจ้างไทย ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงปัญหาการหลอกลวงแรงงานด้วย                                                            

        ๓.๓  การทำงานในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาล 

              พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๔ มีการกำหนดเกี่ยวกับการขออนุญาตให้ทำงานบางประเภทในลักษณะดังกล่าวได้แต่ในทางปฏิบัติ ยังไม่มีระเบียบ/แนวปฏิบัติที่ชัดเจนต่อแรงงานกลุ่มดังกล่าว จึงก่อให้เกิดความสับสนและอาจถือเป็นความเสี่ยงต่อการตัดสินใจของภาคธุรกิจ/อุตสาหกรรม 

๔.    แนวทางดำเนินการและแนวโน้มในอนาคต 

        ๔.๑  รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการประสานและร่วมมือกับประเทศต้นทางให้เข้ามีส่วนร่วม เช่น ในส่วนของกระบนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานลาวที่หยุดชะงักลงไปนั้น จึงอยู่ระหว่างการเร่งรัดผลักดันให้รัฐบาลลาวจัดส่งคณะทำงานมาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ฝ่ายไทยจะต้องมีมาตรการส่งเสริม/กดดันให้แรงงานสัญชาติลาวที่ยังคงหลบหนีไม่มาขึ้นทะเบียน ได้เข้าสู่กระบวนการดังกล่าวต่อไป 

       ๔.๒   รัฐบาลไทยและสปป.ลาว ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๔๕ เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง กำหนดขั้นตอนการจ้างแรงงาน และให้การคุ้มครองแรงงาสัญชาติของแต่ละฝ่ายอย่างเหมาะสม 

       ๔.๓   ในอนาคตฝ่ายลาวอาจหยิบยกประเด็นขอแก้ไข MOU เพื่อขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมด้านอื่นๆ เช่น การให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทูตแรงงานของ สอท.ลาว การขอรับความช่วยเหลือด้านครูฝึก ทุนฝึกอบรมฝีมือแรงงานแก่แรงงานลาว รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่มีแรงงานไทยเข้าไปทำงานในโครงการลงทุนต่างๆของไทยในสปป.ลาว เพิ่มมากขึ้น 

       ๔.๔   กระทรวงแรงงานได้กำหนดแนวทางส่งเสริมการจ้างงานบริเวณชายแดน โดยให้แรงงานต่างด้าวบริเวณชายแดนเดินทางเข้ามาทำงานตามบริเวณชายแดน ทั้งแบบมาเช้าเย็นกลับหรือตามฤดูกาล โดยตกลงกับสปป.ลาวในฐานะประเทศต้นทาง 

 

 

 

 

 

 

 

จำนวนผู้เข้าชม

ลิขสิทธิ์ © 2554 ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2224-1843 โทรสาร 0-2222-4159

© 2554 สงวนลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย N Square Media And Creation Co., Ltd.