หน้าหลักข้อมูลองค์กรแผนงานโครงการแสดงความคิดเห็นแผนผังเว็บไซต์ติดต่อเรา

คณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัด

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

GMS

ACMECS

IMT-GT

ROC

AEC

กระทรวงมหาดไทย

เว็บไซต์จังหวัด

ส่วนราชการไทย

สื่อสารมวลชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บทความ

ภาพกิจกรรม

องค์กรภาคเอกชน

หอการค้าไทย

สมาคมธนาคารไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ส่วนหัวปฏิทิน

 

ส่วนหัวนาฬิกา

ส่วนหัวพยากรณ์อากาศ

ส่วนหัวราคาน้ำมัน ปตท.

ส่วนหัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

ACMECS
ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-Chaophraya-Makong Economic Cooperation Strategy: ACMECS)
ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady-Chaophraya-Makong Economic Cooperation Strategy: ACMECS)

เริ่มขึ้นในปี 2546 เพื่อลดช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยการสร้างศักยภาพและโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย และเพื่อนบ้านให้เกิดการสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้ประชาชน โดยเน้นการเชื่อมโยงการผลิตร่วม (Co-production)  ความก้าวหน้าในการดำเนินงาน การประชุม ACMECSSummit ครั้งที่ 3 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 5-7 พ.ย.2551 ผู้นำประเทศ ACMECS ได้เน้นย้ำความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้าน และผลประโยชน์ร่วมของประเทศสมาชิก ACMECSตามปฎิญญาพุกาม (Began Declaration และเน้นย้ำความพยายามที่จะสร้างความใกล้ชิดระหว่างกรอบ GMS และ ACMECS

การดำเนินงานในระยะต่อไป โครงการสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ ได้แก่

                        (1) การลงทุนเกษตรแบบมีปัญหา (Contract Farming)
                        (2) การสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
                        (3) การศึกษาความเหมาะสมาการจัดตั้งองค์กรผู้ผลิตข้าวของกลุ่ม ACMECS
                        (4) พัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
                        (5) โครงการ Single Visa ระหว่างไทย-กัมพูชา และ
                        (6) ความเป็นหุ้นส่วนพัฒนาการฝึกอบรมด้านวิชาชีพ ระหว่างไทยและเวียดนาม

 

ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี - เจ้าพระยา - แม่โขง (Ayeyawady - Chao Phraya - Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS

ข้อมูลทั่วไป

1.  ก่อตั้งเมื่อ พ.ย. 46 ปัจจุบันมีสมาชิก 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า ไทย และเวียดนาม (เข้าร่วมเป็นสมาชิกเมื่อ 10 พ.ค. 47) 

2.  พื้นที่รวม ประมาณ 1.906 ล้าน ตร.กม. ประชากรรวม ประมาณ 213 ล้านคน 

3.  ACMECS  มีการดำเนินงานในทิศทางที่สอดคล้องและส่งเสริมการดำเนินงานของโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่างๆ ในอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ อาทิ ASEAN, GMS, BIMSTEC, สามเหลี่ยมมรกต 

4.  เป็นข้อริเริ่มโดยไทย

วัตถุประสงค์ของ ACMECS 

-  เพื่อช่วยลดช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ลดผลกระทบที่ไทยได้รับจากความแตกต่างในระดับการพัฒนา 

-  ช่วยลดความแตกต่างระหว่างประเทศสมาชิกเดิมและสมาชิกใหม่ของอาเซียน โดยการจัดระบบเศรษฐกิจตามแนวชายแดน สร้างศักยภาพและโอกาสอย่างยั่งยืน

นโยบายของไทยต่อ ACMECS  

- ส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและส่งเสริมความเจริญทางเศรษฐกิจตามแนวชายแดน สร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชนในประเทศสมาชิก และลดความแตกต่างของรายได้ระหว่างประเทศสมาชิก   

- เสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกับประเทศเพื่อนบ้าน   

- เปลี่ยนบทบาทของไทยจากผู้รับเป็นผู้ให้ 

- ส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศที่สามในลักษณะไตรภาคี

สาขาความร่วมมือ (ประเทศประสานงาน)  

1.  การอำนวยความสะดวกการค้าและการลงทุน (ไทย)

2.  เกษตรกรรม (พม่า)  

3.  อุตสาหกรรมและพลังงาน (เวียดนาม)  

4.  การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม (ลาว) 

5.  การท่องเที่ยว (กัมพูชา) 

6.  การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (เวียดนาม) 

7.  สาธารณสุข (ไทย) 

8.  สิ่งแวดล้อม (กัมพูชาและเวียดนาม)

กิจกรรมภายใต้ ACMECS มีลักษณะแนวทางดังนี้    

-  สอดคล้องและส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคี และภูมิภาคที่มีอยู่แล้ว

-  ปฏิบัติได้โดยมีผลที่เป็นรูปธรรม โดยใช้ความได้เปรียบเชิงปรียบเทียบของแต่ละประเทศ 

-  ทำได้จริงและเป็นที่ยอมรับได้โดยประเทศที่เกี่ยวข้อง

-  ยึดหลักการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างสมัครใจและทัดเทียมกัน

-  ยึดหลักฉันทามติระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

กลไกการทำงาน ACMECS ของฝ่ายไทย
-   คณะกรรมการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (กพบ.) พิจารณากลั่นกรอง เสนอแนะนโยบาย แผนงานและโครงการความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ

-   กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) โดยกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศเป็นหน่วยงานหลักในการประสานการดำเนินการความร่วมมือ ตลอดจนการจัดการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส รัฐมนตรี และผู้นำ ACMECS โดยมีสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (สพร.) เป็นหน่วยงานให้ความช่วยเหลือทางวิชาการตามโครงการต่างๆ ในกรอบ ACMECS แก่ประเทศสมาชิก

-   สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน(สพพ.) ให้การช่วยเหลือทางการเงินและทางวิชาการในการให้ความร่วมมือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจแก่ประเทศเพื่อนบ้าน

การประชุมครั้งล่าสุด

- การประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 1 ที่เมืองพุกาม พม่า ปี 2546  

- การประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพฯ ปี 2548  

- การประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 3 ที่กรุงฮานอย ปี 2551

การประชุมครั้งต่อไป                                                                                                                    

- กัมพูชาเป็นเจ้าภาพการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส/รัฐมนตรี/ผู้นำ ครั้งที่ 4 ACMECS ระหว่างวันที่ 15-17 พ.ย. 2553

ความคืบหน้าในการดำเนินการ

- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กัมพูชา: เส้นทาง R48 (เกาะกง-สแรอัมเปิล) / R67 (สะงำ-อันลองเวง-เสียมราฐ)  สปป.ลาว: ปรับปรุงสนามบินหลวงพระบาง สนามบินวัดไต / สนามบินสะหวันนะเขต/ สนามบินปากเซ/เส้นทางและระบบระบายน้ำในเวียงจันทน์ / สะพานข้ามแม่น้ำเหือง / เส้นทาง R3 (ห้วยทราย-หลวงน้ำทา) / เส้นทางห้วยโก๋น-ปากแบ่ง / ถนนหมายเลข 3 (ห้วยทราย – บ้านสอด)/ ปรับปรุงถนนหมายเลข 11/เส้นทางภู่ดู่-ปากลาย/เส้นทางบ้านฮวบ-เมืองคอบ/เส้นทางเมืองหงสา-บ้านเชียงแมน/สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) / สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) / เส้นทางรถไฟหนองคาย-ท่านาแล้ง-เวียงจันทน์*(ลาวขอทบทวน)  พม่า: สะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 2 / เส้นทางแม่สอด-เมียวดี-เชิงเขาตะนาวศรี-กอกะเร็ก/การซ่อมสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 1 / การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2

- การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กต. โดย สพร.  ดำเนินการฝึกอบรม สัมมนา ให้ทุนการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยแก่ประเทศสมาชิก ACMECS ในด้านที่เกี่ยวข้องกับสาขาความร่วมมือภายใต้ ACMECS อาทิ การเกษตร พลังงาน อุตสาหกรรม และสาธารณสุขโดยในที่ประชุมผู้นำครั้งที่ 3 ไทยประกาศให้ทุนการศึกษาด้านปริญญาโทขึ้นไปสำหรับประเทศสมาชิกอีก 100 ทุน

การเร่งจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมชายแดน เมื่อ ต.ค. 2552 ครม. ได้มีมติให้เร่งรัดการดำเนินโครงการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งศูนย์บริการนำเข้า-ส่งออก เบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และศูนย์โลจิสติกส์รวมทั้งคลังสินค้า (Logistics Park) ในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-พม่า อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจแม่สอดด้วยแล้ว

-  การท่องเที่ยว เมื่อ 9 พ.ย. 2553 ไทยได้ดำเนินการกระบวนการภายใน เพื่อให้การจัดทำความตกลงตรวจลงตราเดียว (ACMECS Single Visa) ระหว่างไทย - กัมพูชา ซึ่งเป็นโครงการนำร่องระหว่าง 2 ประเทศสมาชิก มีผลบังคับใช้แล้ว

การเกษตร การฝึกอบรมด้าน Food Safety , SPS , และ Good Agricultural Practice แก่ประเทศสมาชิก

- สาธารณสุข การดำเนินการตามแผนความร่วมมือในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อต่าง ๆ

- สิ่งแวดล้อม (สาขาใหม่) การจัดตั้งคณะทำงานและแนวทางความร่วมมือในสาขาสิ่งแวดล้อม

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสความร่วมมือเรื่องข้าว เมื่อ 6 ก.ย. 53 ณ เมืองเสียมราฐ กัมพูชาได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส ACMECS เมื่อ 23 ส.ค. 53 ที่กรุงพนมเปญ

- ที่ประชุมให้ความเห็นชอบต่อร่าง ACMECS Plan of Action 2010-2012 ซึ่งไทยได้ร่างขึ้น และร่าง ACMECS Action Plan on Environment Cooperation ซึ่งเวียดนามได้ร่างขึ้น เพื่อเสนอแก่ที่ประชุมรัฐมนตรีต่อไปในเดือน พ.ย. ศกนี้ และได้เห็นชอบตามที่เวียดนามและกัมพูชาเสนอจะเป็นประธานร่วม (co-chair) ในสาขาสิ่งแวดล้อม

- ที่ประชุมพิจารณาเอกสารเกี่ยวกับความร่วมมือกับหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนา โดยได้รับรองร่าง Guidelines for Development Partners’ Participation รวมทั้งรับทราบเอกสาร Revised List of Flagship Projects for Development Partners และเห็นชอบตามที่ฝ่ายไทยเสนอให้ประเทศสมาชิกนำส่งรายละเอียดของโครงการที่เสนอเพิ่มเติม ก่อนเสนอร่างเอกสารให้ที่ประชุม ACMECS SOM ครั้งต่อไปให้ความเห็นชอบ

การประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 3 เมื่อ 5-7 พ.ย. 51 ที่กรุงฮานอย เวียดนาม

-  ที่ประชุมได้รับรองปฏิญญาการประชุมผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 3 และปฏิญญาผู้นำเรื่องการอำนวยความสะดวกและการส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ 

(1) เร่งรัดการบังคับใช้การตรวจปล่อย ณ จุดชายแดนเดียว (Single Stop Inspection)  

(2) สนับสนุนให้ประเทศสมาชิกอื่นเข้าเป็นภาคีความตกลงตรวจลงตราเดียว ACMECS เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ตามแนวคิด “ห้าประเทศ หนึ่งจุดหมาย” (Five Countries One Destination) 

(3) ขยายการจัดตั้งศูนย์บริการจุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จที่ด่านชายแดน 

(4) เน้นความสำคัญของการทำเกษตรแบบมีสัญญาที่มีต่อการค้าและการลงทุนในอนุภูมิภาค และส่งเสริมความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตร   

5) พิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกลไกความร่วมมือเรื่องข้าว     

(6) เห็นชอบเพิ่มสาขาความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม

 

จำนวนผู้เข้าชม

ลิขสิทธิ์ © 2554 ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2224-1843 โทรสาร 0-2222-4159

© 2554 สงวนลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย N Square Media And Creation Co., Ltd.