หน้าหลักข้อมูลองค์กรแผนงานโครงการแสดงความคิดเห็นแผนผังเว็บไซต์ติดต่อเรา

คณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัด

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

GMS

ACMECS

IMT-GT

ROC

AEC

กระทรวงมหาดไทย

เว็บไซต์จังหวัด

ส่วนราชการไทย

สื่อสารมวลชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บทความ

ภาพกิจกรรม

องค์กรภาคเอกชน

หอการค้าไทย

สมาคมธนาคารไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ส่วนหัวปฏิทิน

 

ส่วนหัวนาฬิกา

ส่วนหัวพยากรณ์อากาศ

ส่วนหัวราคาน้ำมัน ปตท.

ส่วนหัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

GMS
มหาดไทยกับการพัฒนาจังหวัดตามแนวพื้นที่เศรษฐกิจภายใต้แผนงานพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS)
มหาดไทยกับการพัฒนาจังหวัดตามแนวพื้นที่เศรษฐกิจภายใต้แผนงานพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS)

กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคเอกชนตามแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจภายใต้แผนงาน GMS  จำนวน ๒๔ จังหวัด เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๒ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เพื่อสร้างความเข้าใจการดำเนินงานแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ๖ ประเทศ (GMS) และแนวทางการพัฒนา Economic Corridor และบทบาทของจังหวัดในการส่งเสริมพัฒนาแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ๖ ประเทศ (จีน กัมพูชา เวียดนาม ลาว พม่า และไทย) ก่อนเข้าร่วมการประชุม ECF ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๖ – ๑๗ กันยายน ๒๕๕๒ ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา  โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล) เป็นประธานเปิดการประชุม โดยผู้เข้าร่วมประชุมรับทราบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานจากผู้บริหารระดับสูง ดังนี้ 

 

๑.   ความเป็นมา 

        ๑.๑   กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดและภาคเอกชนตามแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจภายใต้แผนงาน GMS  จำนวน ๒๔ จังหวัด เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๒ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เพื่อสร้างความเข้าใจการดำเนินงานแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ๖ ประเทศ (GMS) และแนวทางการพัฒนา Economic Corridor และบทบาทของจังหวัดในการส่งเสริมพัฒนาแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ๖ ประเทศ (จีน กัมพูชา เวียดนาม ลาว พม่า และไทย) ก่อนเข้าร่วมการประชุม ECF ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๖ – ๑๗ กันยายน ๒๕๕๒ ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา  โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล) เป็นประธานเปิดการประชุม โดยผู้เข้าร่วมประชุมรับทราบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานจากผู้บริหารระดับสูงดังนี้ 

         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล) ได้มอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ดำเนินการ ดังนี้

             (๑)   ผู้ว่าราชการจังหวัด จะต้องเป็นนักวางแผนที่มีวิสัยทัศน์ด้านต่างประเทศ สร้างเครือข่าย     การประสานงาน และประชาสัมพันธ์เพื่อการพัฒนา ต้องยกระดับความสามารถของจังหวัด ส่งเสริมประสิทธิภาพและพัฒนาความเข้มแข็งให้ภาคเอกชน สร้างสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนต้องกำกับดูแลให้มีการดำเนินงานสนับสนุนกรอบ GMS อย่างต่อเนื่อง และประสานใกล้ชิดกับส่วนกลาง

              (๒)   ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องจัดสรรงบประมาณและบุคลากรให้เพียงพอ เพื่อดำเนินงานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในกรอบ GMS

         รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวีระชัย วีระเมธีกุล) ได้เน้นย้ำความสำคัญต่อการดำเนินงานนโยบายรัฐบาลเพื่อสร้างความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน และได้เล่าประสบการณ์ในการเป็นประธานการประชุมระดับรัฐมนตรี 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 15 (15th GMS Ministerial Meeting)    เมื่อวันที่ 16-19 มิถุนายน 2552 ซึ่งมี 6 ประเด็นที่ประเทศ GMS และไทยได้ให้ความสำคัญในลำดับสูง   เพื่อการผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ดังนี้

              (๑)   การเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมกับจีน ทั้งทางถนนและทางรถไฟ

              (๒)   การอำนวยความสะดวกการผ่านแดนเพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในอนุภูมิภาค

              (๓)   สภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นเรื่องสำคัญที่ประเทศสมาชิกควรบรรจุแนวทางการดำเนินงานในแผนฯ ชาติ

              (๔)   การส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยทำการตลาดร่วมและการอำนวยความสะดวกการผ่านแดน   ของนักท่องเที่ยว

              (๕)   การสนับสนุนภาคเอกชน  โดยเฉพาะในระดับ SMEs โดยการจัดตั้ง SMEs Development Fund

              (๖)   บทบาทจังหวัดและภาคเอกชนรวมทั้งท้องถิ่นในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจ 

         รองปลัดกระทรวงมหาดไทย  (นายต่อพงษ์  อ่ำพันธุ์) ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายวิชัย ศรีขวัญ) ในการมอบนโยบายเรื่อง “บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจในลุ่มแม่น้ำโขง” โดยได้มอบแนวทางการทำงานของจังหวัดภายใต้กรอบแผนงานการบริหารความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ดังนี้

              (๑)   การประชุมเวทีหารือระดับผู้ว่าราชการจังหวัด (Governors’ Forum) กำหนดให้เป็นกลไกที่มีควบคู่กับการประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจ (Economic Corridor Forum : ECF) เพื่อเป็นกลไกในการสร้างความเข้าใจ และเพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ (Economic Corridor) ของจังหวัด

              (๒)   Governors’ Forum ทำหน้าที่เป็นเวทีเครือข่ายประสานงานของจังหวัดตามแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ และนำเสนอปัญหาที่ต้องการให้ส่วนกลางตัดสินใจ ร่วมทั้งร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมบทบาทเอกชนในการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศตามแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ

              (๓)   ต้องบูรณาการแผนงาน GMS กับแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด ให้สอดคล้องกับแผนฯ ชาติ และยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค

              (๔)   ต้องพัฒนาขีดความสามารถของจังหวัด เพื่อรองรับการทำงานให้ “เข้มแข็ง ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ” ด้วยการพัฒนาระบบฐานข้อมูล เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร งบประมาณ และสร้างความต่อเนื่องในการดำเนินงานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

              (๕)   สร้างกลไกการดำเนินงานเชื่อมโยงกับส่วนกลางที่ “ใกล้ชิด สม่ำเสมอ และเป็นเอกภาพ”      ทั้งกลไกระดับชาติและกลไกระดับจังหวัด

              (๖)   การเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุม ECF ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 16 – 17 กันยายน 2552 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ให้จังหวัดระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ เพื่อยกร่างความเห็นประกอบการประชุม Governors’ Forum และแจ้งกระทรวงมหาดไทยเพื่อหารือสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม ECF ใน 3 เรื่อง ดังนี้

                  -  ยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการของแต่ละแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ

                  -  วิสัยทัศน์ด้านโอกาสของจังหวัด และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

                  -  ปัญหา/อุปสรรค/ข้อจำกัดในการพัฒนา พร้อมข้อเสนอและแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ   

        ๑.๒   ที่ประชุมรับทราบ บทบาทจังหวัดและภาคเอกชนกับแผนงานพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ดังนี้

              (๑)  การประชุม GMS ในครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่ใกล้ชิดและเป็นทางการมากขึ้นระหว่างกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในเรื่องของการดำเนินงานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเริ่มในกรอบแผนงาน GMS ก่อน

              (๒)  แผนงาน และความก้าวหน้าการดำเนินงาน GMS รวมทั้งยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการ การพัฒนาของแนวพื้นที่เศรษฐกิจทั้งแนวตะวันออก-ตะวันตก (East West Economic Corridor: EWEC) แนวเหนือใต้ (North South Economic Corridor: NSEC) และแนวตอนใต้ (Southern Economic corridor: SEC) ตลอดจนนโยบายรัฐบาลทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนบทบาทของท้องถิ่นในการพัฒนา 

              (๓)  ปัญหาอุปสรรคของภาคเอกชนในพื้นที่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานยังไม่พัฒนา กระบวนการผ่านแดนของคนและสินค้าเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ณ ด่านพรมแดนยังซับซ้อนใช้เวลามาก กรรมสิทธิ์ที่ดิน เรื่องกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงบ่อยของประเทศเพื่อนบ้าน ความไม่มั่นใจของนักลงทุน เป็นต้น ซึ่งต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ประสานความร่วมมือในระดับระหว่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว        

        ๑.๓   ข้อเสนอที่ประชุม ประกอบด้วย

              (๑)   ที่ประชุมสนับสนุนให้มีการจัดประชุมในลักษณะเดียวกับการประชุมครั้งนี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและระดมความคิดระหว่างภาครัฐ - เอกชนส่วนกลางและท้องถิ่น และเห็นด้วยกับการจัดตั้งเวทีหารือระดับผู้ว่าราชการจังหวัด 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (Governors’ Forum) เพื่อการพัฒนา

              (๒)   ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันประเมินว่าจุดยืนและบทบาทประเทศไทยอยู่ตรงไหนในกรอบ GMS ในปัจจุบัน และทำอย่างไรเราจะสร้างผลประโยชน์ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ตามทิศทางที่สอดคล้องความต้องการทั้งสองฝ่าย ซึ่งจังหวัดจะต้องดึงมาเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์จังหวัดให้ได้

             (๓)   การพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจ ต้องเริ่มที่การพัฒนาประสิทธิภาพโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งจุดอ่อน คือ บริเวณด่านพรมแดน  ภาครัฐยังต้องเร่งอำนวยความสะดวกเพื่อลดต้นทุนการขนส่ง สร้างประสิทธิภาพในเรื่องการเชื่อมโยง Supply chain จังหวัดหลักที่อยู่บนแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจและจังหวัดใกล้เคียงที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนา รวม ๒๔ จังหวัด (มี ๒ จังหวัด คือ ตาก และพิษณุโลก ที่อยู่ทั้งในแนว EWEC และแนว NSEC) ได้แก่

  • แนวตะวันออก – ตะวันตก (East – West Economic Corridor : EWEC) ประกอบด้วย  ๗จังหวัด ได้แก่ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ทางภาคเหนือ และขอนแก่น กาฬสินธุ์  และมุกดาหาร ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • แนวเหนือ – ใต้ (North –South Economic Corridor : NSEC) ประกอบด้วย ๑๒ จังหวัด ได้แก่        เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร ตาก และพิษณุโลก ในภาคเหนือ และนครสวรรค์ และอยุธยา ทางภาคกลาง
  • แนวตอนใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) ประกอบด้วย ๗ จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ทางภาคตะวันออก และกาญจนบุรีทางภาคตะวันตก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อมูล ณ วันที่ วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๒

ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

จำนวนผู้เข้าชม

ลิขสิทธิ์ © 2554 ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2224-1843 โทรสาร 0-2222-4159

© 2554 สงวนลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย N Square Media And Creation Co., Ltd.