หน้าหลักข้อมูลองค์กรแผนงานโครงการแสดงความคิดเห็นแผนผังเว็บไซต์ติดต่อเรา

คณะกรรมการ กรอ.จังหวัด/กลุ่มจังหวัด

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.)

เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ

กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

GMS

ACMECS

IMT-GT

ROC

AEC

กระทรวงมหาดไทย

เว็บไซต์จังหวัด

ส่วนราชการไทย

สื่อสารมวลชน

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

บทความ

ภาพกิจกรรม

องค์กรภาคเอกชน

หอการค้าไทย

สมาคมธนาคารไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ส่วนหัวปฏิทิน

 

ส่วนหัวนาฬิกา

ส่วนหัวพยากรณ์อากาศ

ส่วนหัวราคาน้ำมัน ปตท.

ส่วนหัวอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา

GMS
ผลการประชุมเวทีหารือระดับรัฐมนตรีเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๓ (ECF-๓) สปป.ลาว

ผลการประชุมประชุมเวทีหารือระดับรัฐมนตรีเพื่อพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๓ (Economic Corridor Forum: ECF-3) เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)

สำนัก งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในฐานะผู้แทนฝ่ายไทย ได้เชิญปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย มุกดาหาร และสระแก้ว เข้าร่วมประชุมเชิงเวทีหารือระดับรัฐมนตรีเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาแนว พื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๓ (The ๓rd  Economic Corridor Forum: ECF หรือ ECF ครั้งที่ ๓ ภายใต้แผนงาน GMS) เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ ณ สปป.ลาว โดยมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย  (อ่านรายละเอียดในหน้า ๒)

 

การประชุม Economic Corridor Forum: ECF-3 นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

การประชุมเวทีหารือระดับรัฐมนตรีเพื่อพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๓ (Economic Corridor Forum: ECF-3) เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)

บทนำ

         มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เห็นชอบการแต่งตั้งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย) เป็นรัฐมนตรีประจำแผนงานการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่ น้ำโขง ๖ ประเทศ (GMS Minister) และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย) ได้มอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยระดับรัฐมนตรีในการประชุมเวทีหารือ ระดับรัฐมนตรีเพื่อพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ครั้งที่ ๓ (Economic Corridor Forum: ECF-3) เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว และเลขาธิการ สศช. ได้เข้าร่วมการประชุมความร่วมมือประเทศลุ่มแม่น้ำโขง-ญี่ปุ่นด้านเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม ครั้งที่ ๘ ที่จัดต่อเนื่องในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔

ความเป็นมา

ที่ประชุมสุดยอดผู้นำ ๖ ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ ๓  เมื่อ เดือนมีนาคม ๒๕๕๑ ได้สนับสนุนข้อเสนอของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ให้จัดตั้งเวทีหารือเพื่อขับ เคลื่อนการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ (Economic Corridor Forum: ECF) ให้เป็นกลไกหารือเพิ่มเติมจากกลไกที่มีอยู่เดิมของแผนงาน GMS เพื่อให้ภาคส่วนต่างๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการระดมความคิดเห็นและขับเคลื่อนการพัฒนาแนวพื้นที่ พัฒนาเศรษฐกิจให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยมีการจัดตั้งเวทีหารือทั้งในระดับรัฐมนตรี และระดับผู้ว่าราชการจังหวัด

การจัดประชุมเวทีหารือเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ (ECF) ได้ ดำเนินการแล้ว ๒ ครั้ง โดย ครั้งแรก สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเจ้าภาพจัดประชุมในปี ๒๕๕๑ ณ นครคุนหมิง และครั้งที่ ๒ ราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นเจ้าภาพจัดประชุมในปี ๒๕๕๒ ณ กรุงพนมเปญ ตามลำดับ โดยให้ความเห็นชอบเรื่องสำคัญ ได้แก่ การให้ความเห็น ชอบขอบเขตอำนาจหน้าที่ของเวทีหารือฯ ในระดับรัฐมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ตะวันออก-ตะวันตก แนวเหนือ-ใต้ และแนวตอนใต้แล้วเสร็จ

ผลการประชุมเวทีหารือระดับรัฐมนตรีเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ครั้งที่   (ECF-๓) ณ นครหลวง        เวียงจันทน์ สปป.ลาว

                รัฐมนตรี ๖ ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง รองประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย(Asian Development Bank: ADB) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาวุโสและภาคเอกชนจาก ๖ ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ได้เข้าร่วมหารือเพื่อติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ และพิจารณาประเด็นข้อเสนอจากภาคส่วนต่างๆ อันเป็นผลจากการประชุมระดมความเห็นจากจังหวัดตามแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจแนว ตะวันออก-ตะวันตก (มิถุนายน ๒๕๕๓) แนวตอนใต้ (มีนาคม ๒๕๕๔) และแนวเหนือ-ใต้ (พฤษภาคม ๒๕๕๔) โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

๑.  ให้ความสำคัญกับการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ (Economic Corridors Forum : ECF) เป็นหัวใจหลักของการพัฒนาความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดย ในทศวรรษหน้าการบูรณาการใน ทุกสาขาความร่วมมือ จะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ โดยมี แผนงานโครงการสำคัญ ได้แก่ การเติมเต็มโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงทางถนนที่ขาดหายและมุ่งไปสู่การ พัฒนาการขนส่งหลายรูปแบบ การพัฒนาด้านกฎระเบียบเพื่อการอำนวยความสะดวกการค้าและการขนส่งข้ามพรมแดน การพัฒนาเมืองให้สามารถแข่งขันได้ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

                   โดยไทยได้ผลักดันให้รัฐบาลจีนและ สปป.ลาว ร่วม มือในการเร่งรัดกระบวนการภายในประเทศเพื่อให้การก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่ง ที่ ๔ (เชียงของ-ห้วยทราย) แล้วเสร็จตามกำหนด และขอให้สหภาพพม่าพิจารณาเปิดด่านพรมแดน รวมถึงเชิญชวนให้รัฐบาลพม่า และ สปป.ลาว สนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านในบริเวณ แม่สอด-เมียวดี กาญจนบุรี-ทวาย และนครพนม-คำม่วน นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนแนวคิดการพัฒนาเมืองตามแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจในลักษณะ คลัสเตอร์อย่างสร้างสรรค์และแข่งขันได้โดยใช้ทุนวัฒนธรรมเป็นปัจจัยสนับสนุน  

๒.  รับทราบข้อเสนอให้ขยายเส้นทางแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจตอนใต้จากกรุงเทพฯ (ไทย)-พนมเปญ (กัมพูชา)-โฮจิมินห์ ซิตี้ (เวียดนาม) ให้เชื่อมต่อมาถึงเมืองทวาย (พม่า) และข้อเสนอการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อหารือและนำเสนอโครงการลำดับความสำคัญสูง ที่จังหวัดตามแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจมีความพร้อมจะดำเนินการร่วมกันในระยะ ต่อไป อย่างไรก็ดี ที่ประชุมเห็นว่าการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจยังมีข้อจำกัดในด้านการคัดเลือก ผู้ร่วมเป็นคณะทำงาน และยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องขอบเขตการทำงาน จึงมอบหมายให้ ADB ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการ พิจารณาปรับปรุงกลไกการดำเนินงานและรูปแบบการประชุมเวทีหารือฯ ให้สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ไทยสนับสนุนให้มีการปรับปรุงรูปแบบการประชุม และกลไกการขับเคลื่อนการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถระดมความเห็น เพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนได้มากขึ้น และบริหารจัดการการทำงานของแต่ละแนวพื้นที่เศรษฐกิจได้อย่างคล่องตัวและมี ประสิทธิภาพ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของคณะกรรมการ ๓ ระดับ ได้แก่ ระดับนโยบาย (Policy Level) ระดับบริหาร (Executive Level) และระดับปฏิบัติในพื้นที่ (Corridor Management Committee)

๓.  ให้ความเห็นชอบการจัดทำแผนพัฒนาภูมิภาค (Regional Plan for Corridor Development) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาแนวพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ และมีการติดตามประเมินผลการพัฒนาอย่างครบวงจร โดยการจัดทำแผนพัฒนาฯ จะเน้นการอำนวยความสะดวกข้ามพรมแดน และการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนตามแนวพื้นที่ หลังจากโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานได้รับการพัฒนาค่อนข้างครบสมบูรณ์แล้ว และจะเริ่มการประเมินผลการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการขนส่งข้ามพรมแดนนำ ร่องก่อนในลำดับแรก

                  ในส่วนของไทยได้เน้นย้ำความสำคัญของการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาด้าน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และเร่งผลักดันการลดต้นทุนโลจิสติกส์โดยเฉพาะอย่างยิ่งลดเวลาในการดำเนิน กระบวนการข้ามพรมแดน ให้อยู่ในแผนพัฒนาฯ รวมถึงเสนอให้ ADB จัดทำฐานข้อมูลเชิงเศรษฐกิจมหภาคของแนวพื้นที่เศรษฐกิจเผยแพร่ทางอินเตอร์ เน็ต เพื่อประเทศสมาชิกได้ใช้ประโยชน์ต่อไป    

๔.  สนับสนุนให้ภาคเอกชนและภาครัฐทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น และ รับทราบความก้าวหน้าของสภาธุรกิจ ๖ ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Business Forum: GMS-BF) ในการจัดตั้งสมาคมผู้ขนส่งสินค้าของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS Freight Transporter’s Association: FREATA) เพื่อเป็นเวทีของภาคเอกชนในการร่วมผลักดันโครงการสำคัญในด้านการขนส่งข้าม พรมแดนกับภาครัฐต่อไป

                   ในส่วนนี้ ไทยได้ตอบรับที่จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และสภาธุรกิจ GMS ประเทศไทย เพื่อนำเสนอโครงการนำร่องความร่วมมือด้านการลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ให้คณะทำงานด้านการลงทุนพิจารณาต่อไป      

๕.  เตรียมการนำเสนอผลการประชุม ECF-3 ต่อที่ประชุมระดับรัฐมนตรีและสุดยอดผู้นำของแผนงาน GMS โดยการประชุมระดับรัฐมนตรี ๖ ประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ ๑๗ มีกำหนด ระหว่าง วันที่ ๒-๔ สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา และการประชุมสุดยอดผู้นำ ครั้งที่ ๔ มีกำหนดระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ ณ นครเนปิดอว์ สหภาพพม่า ซึ่งสาระสำคัญของทั้งสองการประชุมจะเป็นการหารือกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาแผน งาน GMS ในทศวรรษหน้า (ปี ๒๕๕๕-๒๕๖๕)

 

ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

จำนวนผู้เข้าชม

ลิขสิทธิ์ © 2554 ส่วนพัฒนาความร่วมมือภาคเอกชนและกิจการพิเศษ สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 0-2224-1843 โทรสาร 0-2222-4159

© 2554 สงวนลิขสิทธิ์ พัฒนาโดย N Square Media And Creation Co., Ltd.